top of page

ผลการค้นหา

พบ 87 ผลลัพธ์เมื่อไม่ระบุค่าการค้นหา

  • แก่แล้วดูแลตัวเองทันมั้ย?

    อายุมากขึ้น แต่ยังสุขภาพดีได้เสมอ! เคล็ดลับคือ “พลังงานในร่างกาย” นั่นเอง การดูแลตัวเองไม่ใช่เรื่องของวัย แต่เป็นเรื่องของ “พลังงาน” ที่ร่างกายผลิตและใช้งาน ถ้าเข้าใจเรื่องนี้ ก็สามารถชะลอวัยได้แบบสบาย ๆ แม้อายุจะเพิ่มขึ้นก็ตาม ⚡ ทำไมพลังงานถึงสำคัญตอนเราแก่ขึ้น? ลองนึกว่าร่างกายเป็นโทรศัพท์มือถือ ยิ่งใช้นาน แบตก็เริ่มเสื่อม เซลล์ของเราก็เหมือนกัน พออายุมากขึ้น พลังงานที่ผลิตได้ลดลง ทำให้เหนื่อยง่าย ฟื้นตัวช้า หรือเจ็บป่วยบ่อยขึ้น แต่ข่าวดีคือ... เราชาร์จพลังกลับมาได้! วิธีเติมพลังให้เซลล์ง่าย ๆ ทำได้ทุกวัย: 1. ขยับตัววันละนิด การออกกำลังกายเบา ๆ เช่น เดิน โยคะ หรือยืดเหยียด ช่วยให้ไมโทคอนเดรีย (โรงงานพลังงานในเซลล์) ทำงานดีขึ้น เหมือนได้รีเซ็ตร่างกายทุกวัน 2. จัดเวลาอาหารอย่างมีสติ การกินแบบ Intermittent Fasting หรือกินในช่วงเวลาที่จำกัด ช่วยให้ร่างกายใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เปลี่ยนเชื้อเพลิงได้คล่อง 3. กินอาหารที่ช่วยเติมพลัง เลือกกินอาหารที่เน้นพืช ผัก ผลไม้ ไขมันดี และลดแป้งขัดขาว จะช่วยลดภาระของระบบเผาผลาญ และให้พลังงานแบบนุ่มนวล 4. เสริมวิตตามินแบบธรรมชาติ เมื่ออายุมากขึ้น ระดับของ NAD+ ซึ่งเป็นโมเลกุลสำคัญในการสร้างพลังงานและซ่อมแซมเซลล์จะลดลง การเสริม NAD+ สามารถช่วยให้ร่างกายสดใส สมองปลอดโปร่ง และฟื้นตัวไวขึ้นได้อีกด้วย สุขภาพดีไม่มีวันหมดอายุ แค่รู้วิธีเติมพลังให้กับร่างกาย และเลือกใช้ชีวิตอย่างตั้งใจขยับนิด กินดี พักผ่อนให้เพียงพอ แล้วเติมอาหารเสริมบ้าง ร่างกายจะขอบคุณคุณเอง! Source: https://www.nature.com/articles/s44324-024-00040-3

  • เรื่องหวาน ๆ ที่ต้องรู้! เลือกสารให้ความหวานแบบไหนที่ดีต่อเบาหวาน

    แม้สารให้ความหวานเทียมจะไร้น้ำตาล แต่ถ้าใช้ไม่ถูกวิธี…อาจได้ของแถมเป็นน้ำตาลในเลือดพุ่งและน้ำหนักตัวที่ไม่พึงประสงค์ แล้วเราควรเลือกอะไรดีล่ะ? มาเจอ “พระเอก” ตัวจริง ที่คนเป็นเบาหวานควรมีติดบ้าน: หญ้าหวาน (Stevia) : พืชธรรมชาติที่มีคุณสมบัติต้านเบาหวาน เพิ่มประสิทธิภาพอินซูลิน และช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือด 🌿 Tagatose : หวานจากธรรมชาติที่อาจช่วยลดการดูดซึมคาร์บ! Monk Fruit : หวานจากผลไม้ ไม่มีแคลอรี เพิ่มรสหวานแบบไม่ต้องกลัว น้ำตาลจากอินทผลัม : หวานจากผลไม้แท้ มีไฟเบอร์สูง ดีต่อใจและลำไส้ Sugar Alcohol (Erythritol, Xylitol) : ไม่เพิ่มน้ำตาลในเลือดเท่าน้ำตาลปกติ แต่ต้องใช้ในปริมาณพอดี (ไม่งั้นอาจต้องวิ่งเข้าห้องน้ำ 😅) แล้วสารให้ความหวานเทียมล่ะ? อาจช่วยลดน้ำหนักระยะสั้น แต่การใช้ต่อเนื่องอาจเพิ่มความอยากหวาน รบกวนแบคทีเรียในลำไส้ และเพิ่มความเสี่ยงเบาหวาน! องค์การอนามัยโลกยังแนะนำว่า ไม่ควรใช้เพื่อควบคุมน้ำหนักอีกต่อไป 😲 สรุปแล้ว…จะหวานแบบไหนดี? เลือกหวานจากธรรมชาติ ใช้แต่พอดี และพยายามลดความหวานโดยรวม—ทั้งร่างกายและต่อมรับรสจะขอบคุณคุณแน่นอน Source: https://www.healthline.com/health/type-2-diabetes/diabetes-stevia

  • ขุด ปลูก ผ่อนคลาย – ทำไมการจัดสวนถึงดีทั้งกายและใจ

    ใครจะไปรู้ว่าการ “ปลูกต้นไม้” นี่แหละ คือเคล็ดลับสุขภาพดีที่คุณกำลังมองหา ลองดู “อานิก” สิ เริ่มจากปลูกไม้พุ่มเล่น ๆ กลายเป็นสาวแข็งแรงภายในฤดูเดียว! หรือคุณลุงหลุยส์ วัย 70 ที่ยังขยันพรวนดินบำบัดใจ “เวลาจับจอบ ดินคือยาใจ ผมลืมความปวดเมื่อยไปเลย” เริ่ดมากค่ะลุง! ทำไมจัดสวนแล้วชีวิตดี๊ดี? เบิร์นแรงเว่อร์ : พรวนดิน ปลูก รดน้ำ ตัดแต่ง… เผาผลาญได้ถึง 300 แคลอรีต่อชั่วโมง! ฟิตทั่วร่าง : กล้ามเนื้อที่ไม่เคยใช้ จะตื่นขึ้นมาขอบคุณคุณทันที วิตามิน D มาเต็ม : แดดอ่อน ๆ ระหว่างจัดสวนช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินดีแบบธรรมชาติ เคล็ด(ไม่)ลับ จัดสวนแบบไร้ปวด เริ่มทีละนิด : อย่าเพิ่งไปขุดสวนทั้งแปลงในวันแรก เดี๋ยวหลังจะงอน วอร์มอัพก่อนปลูก : หมุนไหล่ ยืดหลัง เดินเล่นเบา ๆ ก่อนเริ่ม ท่าดีมีชัย : ย่อเข่าแทนก้มหลัง ยกของให้ชิดลำตัว ใช้เบาะรองเข่าเวลานั่ง เปลี่ยนงานทุก 30 นาที : หวีดวัชพืชเสร็จ ไปฉีดน้ำต่อ เปลี่ยนกล้ามเนื้อใช้งานจะได้ไม่ล้า อุปกรณ์ก็สำคัญ : เบา จับถนัด ยาวพอเหมาะ จะได้ไม่ต้องย่อจนปวดหลัง สวน = สุขภาพจิตที่ดี ปลูกต้นไม้ไม่ใช่แค่ได้ต้นไม้ แต่ได้บำบัดใจ! ลดเครียด เพิ่มสมาธิ จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ เห็นผลงานเติบโตคือกำลังใจล้นเหลือ แถมยังได้มิตรภาพจากเพื่อนชาวสวนอีกด้วย ได้เวลา “ปลูก” ความสุขให้ตัวเองแล้วล่ะ 🌻 Source: https://goodtimes.ca/gardening-is-good-for-you-2/

  • หลับไปกับเสียงซีรีส์ หรือพอดแคสต์ได้ไหม? ได้สิ ถ้าทำถูกวิธี!

    “ห้ามดูหน้าจอก่อนนอน!” เคยได้ยินไหม? แต่ถ้าแค่ ฟัง เสียงซีรีส์โปรดจนหลับล่ะ? ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า... มันเวิร์กนะ! ข่าวดี : ฟังเสียงอะไรเบา ๆ เช่น พอดแคสต์ หนังสือเสียง หรือซีรีส์ที่เราคุ้นเคย ช่วยให้หลับได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะคนที่หลับยาก เคล็ดลับอยู่ที่ “ฟังอย่างเดียว” : อย่าดู! แสงจากหน้าจอทำให้สมองตื่น แต่เสียงที่คุ้นเคยจะช่วยให้สมองผ่อนคลาย เนื้อเรื่องต้องไม่ตื่นเต้นเกินไป : เลือกเรื่องที่รู้ตอนจบแล้ว หรือไม่ดราม่าจนเกินไป ฟังแล้วไม่ต้องลุ้นจนตาค้าง ตั้งเวลาปิดอัตโนมัติ : เสียงที่เล่นทั้งคืนอาจรบกวนการนอน ใช้ sleep timer ช่วยดับเสียงหลังคุณหลับจะดีกว่า จัดการความคิดฟุ้งซ่าน : ถ้าสมองคิดไม่หยุดก่อนนอน ลองระบายความกังวลในตอนกลางวัน หรือใช้เทคนิคคิดคำแบบสุ่ม (cognitive shuffling) ช่วยให้จิตใจสงบ ยังไม่หลับอยู่ดี?  อาจต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการนอน เช่นการทำ CBT-i ที่ช่วยรักษาอาการนอนไม่หลับได้โดยไม่ต้องใช้เสียงกล่อม เพราะการนอนดี เริ่มที่วิธีการที่เหมาะกับคุณ ลองปรับวิธีฟังให้เวิร์ก แล้วปล่อยใจล่องลอยไปกับเสียงได้เลย Source: https://www.cnn.com/2025/05/12/health/sleep-listening-music-podcasts-shows-wellness

  • 5 โยคะก่อนนอน หลับดีฝันหวานแน่นอน

    นอนไม่หลับ? ยินดีต้อนรับเข้าสู่คลับคนตาค้าง! เหนื่อยก็เหนื่อย แต่สมองยังไม่หยุดคิด? แทนที่จะเลื่อนมือถือแบบไร้จุดหมาย ลองพรมโยคะแล้วบิดตัวเบา ๆ กับ 5 ท่าโยคะก่อนนอน ที่จะช่วยให้คุณผ่อนคลายเหมือนแมวหลับบนเบาะนุ่ม ๆ ทำไมต้องโยคะก่อนนอน? โยคะช่วยให้หัวใจเต้นช้าลง ลดความเครียด ทำให้ร่างกายเข้าสู่โหมด “พักผ่อน” พร้อมส่งคุณเข้านอนแบบหลับลึก ไม่สะดุ้งกลางดึก ท่าโยคะหลับดี มีอะไรบ้าง? ท่าเด็กน้อย (Child’s Pose / Balasana) ยืดหลัง ผ่อนคลายสะโพก หนุนหน้าผากลงพื้นเบา ๆ ท่าผีเสื้อนอนหงาย (Supta Baddha Konasana) เอาเท้าชิดกัน ปล่อยเข่าตกสบาย ๆ ท่านี้ดีต่อสะโพกสุด ๆ ท่านกพิราบนอนหงาย (Supta Kapotasana) วางข้อเท้าบนต้นขาอีกข้างแล้วดึงเข้าหาตัว ผ่อนคลายสะโพกหลังเหนื่อยทั้งวัน ท่ายกขาพิงกำแพง (Viparita Karani) ท่านี้ง่ายแต่ดีงาม ยกขาพิงกำแพง นอนนิ่ง ๆ ให้เลือดไหลเวียนดี ท่าคันไถ (Plow Pose / Halasana) เหมาะสำหรับสายโยคะระดับกลาง-สูง ยกขาไปด้านหลังจนปลายเท้าจรดพื้น ช่วยยืดกระดูกสันหลังและคลายเมื่อยได้ดีมาก เคล็ดลับ: ใช้อุปกรณ์ช่วยได้ ไม่ว่าจะเป็นบล็อก สายรัด หรือหมอนหนุน อย่าเครียดกับท่าทางเป๊ะ ๆ แค่ทำแล้วรู้สึกดี ก็พอแล้วค่ะ ✨ ลองทำ 3–5 คืนต่อสัปดาห์ หรือทุกคืนถ้าอยากนอนหลับปุ๋ยเหมือนเด็ก ๆ Source: https://www.yahoo.com/lifestyle/bedtime-yoga-180127504.html

  • อาหารคือความทรงจำ: เมื่อกลิ่นรสช่วยดูแลใจในผู้ป่วยสมองเสื่อม

    ในวันที่ความจำเริ่มเลือนลาง หลายครอบครัวอาจรู้สึกเหมือนกำลังคุยกับคนที่รักผ่านม่านหมอก แต่เดี๋ยวก่อน... บางครั้งแค่ "กลิ่นน้ำพริก" ก็สามารถพาเขากลับมาได้ชั่วขณะ ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึง "อาหาร" ในวัฒนธรรมเอเชีย (และอีกหลายแห่ง) อาหารไม่ใช่แค่ของกิน—แต่มันคือความรัก ความทรงจำ และอัตลักษณ์ในจานเดียว 👃 รสชาติที่เรียกความทรงจำกลับมา กลิ่นผัดเครื่องแกง เสียงครกตำพริก หรือไออุ่นจากแกงส้มล้วนเป็นสิ่งที่สะกิดใจให้คนที่มีภาวะสมองเสื่อมนึกถึงอดีต ไม่ว่าจะเป็นห้องครัวในวัยเด็ก งานบุญหมู่บ้าน หรือมือของแม่ที่ปั้นแป้งโรตี อาหารที่คุ้นเคยสามารถดึงผู้ป่วยกลับสู่ความเป็นตัวเอง และมอบความสุขแม้เพียงชั่วคราว 👩‍🍳 ทำอาหารด้วยกัน = เชื่อมใจกัน การให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในครัว ไม่ว่าจะเป็นปอกกระเทียม ผสมเครื่องเทศ หรือลองคนหม้อแกง ล้วนเป็นกิจกรรมที่ปลอดภัย สนุก และให้ความรู้สึกมีค่า ไม่ต้องเป๊ะ—แค่ได้ทำก็มีความหมายแล้ว แม้จะจำสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้ แต่ "ความจำจากการลงมือทำ" ยังอยู่ เช่น การชงชา หรือหยิบหม้อถูกใบยังทำได้ 👨‍👩‍👧 สูตรอาหาร = มรดกทางใจ การส่งต่อสูตรอาหารระหว่างรุ่น เป็นการถ่ายทอดเรื่องราว ประวัติศาสตร์ และความผูกพัน เด็ก ๆ ที่ทำกับข้าวกับปู่ย่าตายาย ไม่เพียงได้เรียนทำกับข้าว แต่ยังได้เข้าใจโรคนี้ และเรียนรู้การเห็นอกเห็นใจ 🍽️ มื้ออาหาร = เวลาสายใย การทานข้าวร่วมกันคือช่วงเวลาสื่อสารโดยไม่ต้องพูดมาก สำหรับครอบครัวที่มีผู้ป่วยสมองเสื่อม นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ใกล้ชิดที่สุดในวัน ✂️ ปรับสูตรให้เหมาะสม บางเมนูอาจต้องดัดแปลงให้ทานง่าย เช่น ทำเป็นอาหารจับกินได้ หรือเลือกสูตรที่วัตถุดิบน้อยลง ปรุงรสนุ่มนวลขึ้น แต่อย่าลืม... ยังต้องอร่อยนะ! 🧑‍🤝‍🧑 ชุมชนช่วยได้ ศูนย์ผู้สูงอายุ ร้านอาหาร หรือกลุ่มในชุมชนสามารถจัดกิจกรรมทำอาหารหรือเวิร์กช็อปดูแลผู้ป่วย เพื่อสร้างพื้นที่แห่งความเข้าใจ และสายใยที่ยั่งยืน ❤️ หนึ่งคำ หนึ่งความทรงจำ การดูแลผู้มีภาวะสมองเสื่อมไม่ใช่แค่เรื่องทางการแพทย์ แต่คือการดูแลหัวใจ ผ่านอาหาร ผ่านกลิ่น ผ่านความทรงจำ ที่ยังมีอยู่ในทุกมื้อ เพราะอาหารไม่ใช่แค่เรื่องของลิ้น—แต่มันคือเรื่องของใจด้วย Source: https://goodtimes.ca/how-food-can-be-used-to-support-people-living-with-dementia/

  • ออกกำลังสมอง แบบไม่ต้องคิดเลขตอนหลับ!

    เรารู้กันดีว่าเราควรออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรง แต่สมองล่ะ? เจ้าก้อนอัจฉริยะในหัวเราที่ทำหน้าที่จำรหัส ATM หารีโมตที่หาย และช่วยให้เราแกล้งทำเป็นรู้ว่าวันนี้วันอะไร? ข่าวดีคือ สมองก็ออกกำลังกายได้เหมือนกันนะ! 🧠 สมองของเรา ผู้ควบคุมจักรวาล สมองประกอบด้วยเซลล์ประสาทกว่า 100,000 ล้านเซลล์ ที่ส่งสัญญาณหากันรัว ๆ แบบกรุ๊ปแชตไม่มีวันหยุด แต่พออายุเริ่มมากขึ้น (ตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป!) สมองก็เริ่มเสื่อมถอยอย่างช้า ๆ และหลัง 50 ปีไปแล้ว ความเสื่อมจะเร็วขึ้น โดยเฉพาะความจำและสมาธิ แต่อย่าเพิ่งถอดใจ! เรามีวิธีชะลอได้อยู่ 🧩 ฟิตสมองให้เป๊ะ ด้วยพลัง Neuroplasticity สมองมีพลังวิเศษที่เรียกว่า "Neuroplasticity" หรือความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัว แม้อายุจะเพิ่มขึ้น แต่ถ้าเรายังฝึกฝน สมองก็จะยังแจ่มอยู่ได้ ลองสิ่งเหล่านี้ดู: เรียนดนตรีหรือภาษาที่ไม่เคยเรียน เล่นเกมจำคำ เกมไพ่ เกมบอร์ด เขียนด้วยมือแบบสมัยเรียน โต้เถียงแบบสร้างสรรค์ (เช่น พิซซ่าควรมีสับปะรดไหม?) เปลี่ยนเส้นทางไปซื้อของให้ไม่จำเจ อย่าทำแค่ปริศนาอักษรไขว้ซ้ำ ๆ ลองสลับกิจกรรมให้หลากหลาย สมองจะได้ออกแรงเต็มที่ 🕺 ขยับร่าง = กระตุ้นสมอง ออกกำลังกายวันละ 20 นาที เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือเต้น จะช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมองดีขึ้น และลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมอีกด้วย แถมยังสุขภาพดี หน้าตาสดใสแน่นอน 🛏️ หลับให้พอ กินให้ดี และมีเพื่อนให้เยอะ! นอน : สมองได้เคลียร์ข้อมูล ฟื้นฟูพลัง อาหาร : เน้นผักใบเขียว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ปลา ถั่ว ลดน้ำตาล ไขมัน เนื้อแดง สังคม : เจอเพื่อน พูดคุย จัดปาร์ตี้ หรือแค่เม้าท์มอย ก็ช่วยให้สมองสดชื่น! สรุปคือ อายุเพิ่มได้ แต่สมองเฉียบได้เช่นกัน แค่หมั่นกระตุ้นสมอง เคลื่อนไหวร่างกาย และเชื่อมโยงหัวใจกับผู้คนรอบข้าง สมองก็พร้อมลุยไปอีกหลายปี! Source: https://goodtimes.ca/how-to-keep-your-brain-in-shape/

  • ผู้หญิงยุคใหม่ต้อง “แข็ง แกร่ง และมีไฟ”

    ถ้าวัยทองคือซีรีส์ดราม่าของชีวิต... "กล้ามเนื้อ โปรตีน และไฟเบอร์" ก็คือทีมบทช่วยให้ตอนจบนั้นแฮปปี้ หลายคนอาจนึกว่าเรื่องวัยทอง (menopause) ไกลตัว แต่จริงๆ แล้วใกล้กว่าที่คิด เพราะร่างกายเราเริ่มเปลี่ยนตั้งแต่ก่อนวัยทองจะมาถึง หรือที่เรียกว่า Perimenopause  ซึ่งบางคนเริ่มเร็วตั้งแต่อายุ 40 เลยนะ! แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเลยออกมาเตือนพร้อมกันเสียงดังฟังชัดว่า "อย่ารอให้ถึงก่อน ควรเริ่มดูแลตัวเองด้วย 3 อย่างนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ" 3 เพื่อนซี้ที่ช่วยให้ผ่านวัยทองอย่างเฟียส!  💪🍳🌾 💪 1. สร้างกล้ามเนื้อด้วยการเวทเทรนนิ่ง รู้ไหม? คนเราจะเสียกล้ามเนื้อไปประมาณ 5% ทุกๆ 10 ปีหลังอายุ 30!และในช่วงวัยทอง ผู้หญิงจะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อไวกว่าเดิม เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงสิ่งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่าง แต่มันกระทบถึง ความแข็งแรงของกระดูก การทรงตัว และความเสี่ยงในการหกล้ม เวทเทรนนิ่ง  หรือการฝึกกล้ามเนื้อจึงเป็นทางรอด ไม่ใช่แค่ทางเลือก(บอกเลยว่าฟิตแล้วก็เฟิร์มด้วยนะ 🤭) 📌 Tips: ยกเวทที่หนักพอจะกระตุ้นกล้ามเนื้อจริงๆ — 2-5 ปอนด์เบาไปค่ะ! 🍳 2. โปรตีน = เพื่อนรักของกล้ามเนื้อ โปรตีนไม่ได้มีดีแค่เพิ่มพลัง แต่ยังเป็นวัสดุก่อสร้างกล้ามเนื้อ ช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้ดีแถมยังดีต่อหัวใจ กระดูก และรูปร่างด้วย ตามแนวทางปี 2020-2025 ของสหรัฐ ผู้หญิงควรได้รับโปรตีน อย่างน้อย 46 กรัมต่อวัน แต่หมอหลายคนบอกเลยว่า "ตัวเลขนี้ต่ำเกินไป" และควรเพิ่มให้เหมาะกับกิจกรรมแต่ละวัน 📌 Tips: ลองกินโปรตีนจากแหล่งคุณภาพ เช่น เต้าหู้ ไข่ ถั่ว หรือโยเกิร์ตพรีไบโอติกแบบที่อยู่ในไอศกรีมเราก็ได้นะ 😉 🌾 3. ไฟเบอร์ เสริมพลังลำไส้ ช่วยจัดการฮอร์โมน อย่ามองข้าม "ใยอาหาร" เพราะไฟเบอร์ช่วยให้ระบบขับถ่ายดี ลำไส้แข็งแรงและยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ไขมัน และลดการอักเสบในร่างกายซึ่งทั้งหมดนี้เป็นตัวกระตุ้นให้ฮอร์โมนไม่วุ่นวายจนเกินไปในช่วงวัยทอง 📌 Tips: เติมไฟเบอร์จากผัก ผลไม้ ถั่ว หรือ... ไอศกรีมสูตรพรีไบโอติกของเราก็ได้นะจ๊ะ 😎 🔑 Key Takeaways: วัยทองไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มที่ต้องปรับตัว ผู้หญิงควรเริ่มเวทเทรนนิ่งตั้งแต่ก่อนเข้าวัยทอง เพื่อรักษากล้ามเนื้อและกระดูก โปรตีนและไฟเบอร์คือคู่หูอาหารที่ช่วยให้ร่างกายสมดุล แข็งแรง และไม่เบลอ ไลฟ์สไตล์เหล่านี้ไม่ได้มีดีแค่กับวัยทอง แต่ดี สำหรับทุกคน แอบกระซิบว่า... ถ้าเบื่ออกไก่ต้มกับเวทเทรนนิ่งหนักๆมาลองไอศกรีมเพื่อสุขภาพที่มี พรีไบโอติก เสริมไฟเบอร์ ไม่มีน้ำตาลเพิ่ม และยังช่วยให้คุณสุขภาพดีแบบเย็นๆ ฟินๆ ได้ทุกวัย 💚🍦 Source: https://www.yahoo.com/lifestyle/strength-training-protein-and-fiber-this-healthy-trinity-is-key-in-menopause-but-experts-say-these-lifestyle-changes-benefit-everyone-100026495.html

  • เอวหนา สมองเบลอ? งานวิจัยใหม่บอกว่าเกี่ยวกันนะ!

    ถ้าเอวกับสมองคุยกันได้ เราเดาว่าเอวอาจส่งข้อความลับไปเตือนสมองว่า "ระวังตัวด้วยนะ!" 🫢 งานวิจัยล่าสุดบอกว่า การดูแลสุขภาพเมตาบอลิซึม  (Metabolic Syndrome) มีผลกับการป้องกันโรคสมองเสื่อมก่อนวัยอย่างจริงจัง — ก่อนอายุ 65 ปีเลยนะ! (แปลว่าก่อนทันได้เกษียณไปเที่ยวรอบโลกแบบคนเท่ๆ ซะอีก) Metabolic Syndrome คืออะไร ทำไมต้องสนใจ? อยากติดแก๊ง Metabolic Syndrome (แต่จริงๆ อย่าเลย) คุณต้องมีอาการเหล่านี้ 3 อย่างขึ้นไป: เอวใหญ่เกินพิกัด (ไม่ใช่แค่กินบุฟเฟต์วันเดียวนะ) ความดันโลหิตสูง (อารมณ์แบบเห็นบิลค่าไฟแล้วหัวร้อน) น้ำตาลในเลือดสูง (โทษไข่มุกในชาได้ไหม) ไขมันในเลือดสูง (ชื่อเล่นคือ "ไตรกลีเซอไรด์") HDL ต่ำ (HDL = ไขมันดีที่เราต้องมีเยอะๆ) ถ้าเข้าเกณฑ์นี้ งานวิจัยบอกว่าคุณมีโอกาสเป็นโรคสมองเสื่อมเร็วขึ้นถึง 24%  เลยนะจ๊ะ หมอพูดอะไรไว้ (เราสรุปให้เข้าใจง่ายๆ) ดร.มินวู ลี หัวหน้านักวิจัย บอกเลยว่า "ใส่ใจสุขภาพเมตาบอลิซึมตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อรักษาสมองของเราให้ฟิตเฟิร์มไปยาวๆ" งานนี้ไม่ได้มโนเอง มีการเก็บข้อมูลจากคนเกือบ 2 ล้านคนในเกาหลีใต้  ตั้งแต่ปี 2009 ถึง 2020 บิ๊กดาต้าแบบจุกๆ เลยล่ะ ดร.ริชาร์ด ไอแซ็กสัน อีกหนึ่งกูรูสมองเสริมว่าแม้ Metabolic Syndrome อาจไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงของสมองเสื่อม แต่ก็คือการกดปุ่ม Fast Forward ให้เดินหน้าไปเร็วกว่าเดิมแบบไม่รู้ตัว! สรุปสั้นๆ: ความเกี่ยวข้อง แต่ยังไม่ใช่สาเหตุตรงๆ พูดง่ายๆ ก็คือ งานวิจัยนี้เจอแค่ ความเชื่อมโยง  ไม่ใช่ สาเหตุ  นะเหมือนกับการพบว่าคนพกร่มมักเปียกฝน — แต่ไม่ได้แปลว่าร่มทำให้ฝนตก ☔ แต่! ยังไงการดูแลสุขภาพเมตาบอลิซึมก็น่าจะช่วยให้สมองแข็งแรงไปได้นานขึ้นแน่นอน แล้วเราทำอะไรได้บ้าง? ดีใจด้วย — เราทำอะไรได้เยอะเลยนะ กินสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน : ผักผลไม้เยอะๆ ไขมันดีแบบน้ำมันมะกอก ขยับตัวให้มากขึ้น : เดิน วิ่ง เต้น หรือทำอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่นั่งเลื่อนจอทั้งวัน นอนหลับเต็มอิ่ม : สมองต้องการรีชาร์จทุกคืน จัดการความเครียด : เครียดได้นะ แต่ต้องรู้จักเบรก รู้จักปล่อยวางบ้าง บางคนอาจต้องใช้ยาช่วยควบคู่ด้วย เช่น ยาคุมความดัน ยาลดน้ำตาลในเลือด ตามที่คุณหมอเห็นสมควร เพราะ... การดูแลสุขภาพมันไม่ใช่เรื่องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง มันต้อง ทำให้ครบเซ็ต  💪 ข้อคิดปิดท้าย บางอย่าง เช่น พันธุกรรม เราคุมไม่ได้ แต่ไลฟ์สไตล์ดีๆ เราเลือกได้!คิดซะว่า ทุกการดูแลตัวเองในวันนี้ คือการส่งไอศกรีมอร่อยๆ ไปให้ตัวเองในอนาคตแบบไม่รู้จบ (ไอศกรีมของเราน่ะ มีพรีไบโอติก ไม่มีน้ำตาลเพิ่ม แถมยังแคลอรีต่ำอีกนะ 🍦😉) Source: https://edition.cnn.com/2025/04/23/health/metabolic-syndrome-early-dementia-wellness

  • นอนหลับให้ดี สมองแข็งแรง

    ความสัมพันธ์ระหว่างการนอนหลับ REM กับความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ เคยสงสัยไหมว่าทำไมนอนหลับสนิทถึงทำให้คุณรู้สึกสดชื่นและมีสมาธิ? ไม่ใช่แค่การพักผ่อนเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับสุขภาพสมองของคุณด้วย พลังของการนอนหลับ REM การนอนหลับ REM (Rapid Eye Movement) เป็นช่วงที่เกิดความฝันและการจัดเก็บความทรงจำ งานวิจัยล่าสุดพบว่าการเข้าสู่ REM ช้ากว่าปกติอาจเกี่ยวข้องกับระดับโปรตีนอะไมลอยด์และทาวที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณของโรคอัลไซเมอร์ วิทยาศาสตร์เบื้องหลัง ในการศึกษาที่มีผู้เข้าร่วม 128 คน พบว่า ผู้ที่ใช้เวลานานกว่าจะเข้าสู่ REM มี: โปรตีนอะไมลอยด์เพิ่มขึ้น 16%  และ โปรตีนทาวเพิ่มขึ้น 29% โปรตีน BDNF ลดลง 39%  ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญต่อสุขภาพสมอง ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าการนอนหลับ REM ที่ถูกรบกวนอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ เคล็ดลับเพื่อการนอนหลับ REM ที่ดีขึ้น เพื่อปรับปรุงการนอนหลับ REM และลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์: รักษาโรคนอนกรน  หรือปัญหาการหายใจขณะหลับ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์  โดยเฉพาะก่อนนอน ปรึกษาแพทย์  เกี่ยวกับยาที่อาจส่งผลต่อรูปแบบการนอนหลับ จำไว้ว่าการนอนหลับที่มีคุณภาพไม่เพียงแต่ทำให้คุณรู้สึกสดชื่น แต่ยังเป็นส่วนสำคัญของสุขภาพสมองในระยะยาว Source: https://edition.cnn.com/2025/03/31/health/deep-rem-sleep-alzheimers-wellness

  • กินดี อายุยืน! เคล็ดลับกระดูกแข็งแรงจาก “อาหารเมดิเตอร์เรเนียน”

    ใครว่าอายุมากแล้วจะต้องกระดูกพรุน? ไม่จริงเลยค่ะ! เพราะล่าสุดมีงานวิจัยจาก JAMA Network Open  ที่บอกว่า การกินอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนแบบลดแคลอรี่ ผสมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และมีคำแนะนำเรื่องพฤติกรรมการกิน สามารถช่วย "ชะลอ" การสูญเสียมวลกระดูกในผู้หญิงวัย 55–75 ปีที่มีน้ำหนักเกินหรือมีภาวะเมตาบอลิกซินโดรมได้จริงๆ 🎉 งานวิจัยนี้ทำอะไรบ้าง? นักวิจัยติดตามกลุ่มอาสาสมัคร 924 คน เป็นเวลานานถึง 3 ปี! แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม: กลุ่มหนึ่งกินอาหารเมดิเตอร์เรเนียนแบบดั้งเดิม (กินตามใจ ไม่จำกัดแคลอรี่) อีกกลุ่มกินแบบเมดิเตอร์เรเนียนแต่ลดแคลอรี่ และได้รับคำแนะนำเรื่องการออกกำลังกายและพฤติกรรมสุขภาพ ผลคือ... กลุ่มที่คุมแคลอรี่และออกกำลังกาย สูญเสียมวลกระดูกสันหลังน้อยกว่ากลุ่มที่กินตามใจ  อย่างมีนัยสำคัญ! ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? เพราะเมื่อเราอายุมากขึ้น (โดยเฉพาะผู้หญิง) โอกาสเกิดโรคกระดูกพรุนจะเพิ่มสูงขึ้น การดูแลกระดูกให้แข็งแรงตั้งแต่วันนี้ จึงเป็นการลงทุนสุขภาพที่คุ้มค่าที่สุด! และอาหารที่เรากินทุกวัน... ก็มีบทบาทมากกว่าที่คิด แล้วเราควรเริ่มยังไงดี? ✨ กินแบบเมดิเตอร์เรเนียน เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว น้ำมันมะกอก ปลา และลดเนื้อแดงหรือของทอด ของหวานให้น้อยลงหน่อย ✨ ขยับร่างกายเป็นประจำ ออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน เช่น ยกเวท เดินเร็ว โยคะ หรือปั่นจักรยาน เพื่อกระตุ้นมวลกระดูก ✨ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ นักโภชนาการหรือนักกายภาพสามารถช่วยวางแผนที่เหมาะกับคุณได้แบบเฉพาะตัว สรุปสั้นๆ อยากอายุยืน กระดูกแข็งแรง ไม่ใช่เรื่องไกลตัว! แค่ปรับอาหารและลุกขึ้นขยับให้มากขึ้นก็ช่วยได้แล้ว ❤️ เพราะสุขภาพดีไม่ใช่เรื่องบังเอิญ... แต่เป็นเรื่องที่เราสร้างได้ในทุกๆ วัน Source: https://edition.cnn.com/2025/04/06/health/diet-food-aging-nutrition-study-wellness

  • ทำไม “นมสด” ถึงกำลังกลับมา – และมันดีต่อเด็กๆ ยังไงบ้าง?

    หลายปีที่ผ่านมา “นมสด” ถูกมองว่าไม่ดีต่อสุขภาพ เพราะหลายประเทศเน้นให้อาหารไขมันต่ำกับเด็กๆ เพื่อควบคุมน้ำหนัก แต่ตอนนี้ นมโฮลมิลค์กำลังกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง... และมันอาจจะดีต่อเด็กๆ มากกว่าที่คิด! 🥛 นมสดคืออะไร? นมสดไม่ใช่แค่อร่อย แต่ยังอัดแน่นด้วยสารอาหารที่สำคัญสำหรับเด็กวัยเจริญเติบโต: แคลเซียม & วิตามินดี : เสริมกระดูกและฟันให้แข็งแรง ไขมันดี : สำคัญต่อพัฒนาการของสมองและให้พลังงาน โปรตีน : จำเป็นต่อการเติบโตและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ ต่างจากน้ำหวานหรือขนมแปรรูป นมสดให้อาหารที่ดีจากธรรมชาติ 💡 แล้วทำไมนมนี้ถึงเคยถูกตัดออก? หลายประเทศเริ่มลดการบริโภคไขมันในเด็ก โดยเฉพาะในโรงเรียน เช่น ในสหรัฐอเมริกา ได้มีการแบน "นมสด" ตั้งแต่ปี 2010 เพราะกังวลเรื่องโรคอ้วน แต่ตอนนี้ งานวิจัยใหม่ๆ เริ่มเปิดมุมมองใหม่ พบว่าเด็กที่ดื่มนมสดอาจจะมีน้ำหนักตัวที่ เหมาะสมกว่าคนที่ดื่มนมไขมันต่ำ  ซะอีก ฟังดูขัดแย้งใช่ไหม? แต่ความจริงคือ ไขมันดีจากธรรมชาติอาจไม่ได้เป็นศัตรูต่อสุขภาพอย่างที่เคยคิด แล้วเกิดอะไรขึ้น? ในปี 2023 รัฐสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายที่ชื่อว่า Whole Milk for Healthy Kids Act  ซึ่งถ้าผ่านวุฒิสภาในปี 2025 เด็กๆ ที่โรงเรียนในอเมริกาจะสามารถกลับมาดื่มนมสดได้อีกครั้ง ทั้งรสจืดและรสช็อกโกแลต! นักโภชนาการทั่วโลกเริ่มกลับมาพิจารณาเรื่องไขมันในอาหารของเด็กใหม่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไทย แคนาดา หรืออังกฤษ ข้อคิดคือ อาหารจากธรรมชาติ เช่น นมสด อาจให้ประโยชน์มากกว่าที่เคยเข้าใจ  การเลี่ยงไขมันอาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป แต่ “ความสมดุล” คือกุญแจสำคัญ ✅ สรุป นมสดอาจไม่ใช่ตัวร้ายอีกต่อไป สำหรับเด็กที่กำลังเติบโต มันคือนมที่มีคุณค่าทางโภชนาการแบบครบถ้วน ดื่มอย่างพอดี ก็ช่วยให้ร่างกายและสมองแข็งแรงขึ้นได้แบบอร่อยๆ ทั่วโลกเลยล่ะ! Source: https://edition.cnn.com/2025/04/03/health/whole-milk-school-meals-bills-wellness

สมัครรับจดหมายข่าวของเรา

ขอบคุณสำหรับการส่ง!

ติดตามเราได้ที่:

สั่งซื้อออนไลน์:

SUGAR KUTT Line.png
  • Sugar Kutt Facebook
  • Sugar Kutt Instagram

+66 86 426 2623

sugarkutt@gmail.com

© 2022 by Sugar Far Away. Proudly created by GENIUSBIMBO

bottom of page