
ผลการค้นหา
พบ 87 ผลลัพธ์เมื่อไม่ระบุค่าการค้นหา
- ความเมตตา & ความสุข: สูตรลับของชีวิตที่ดีงาม
เคยสังเกตไหมว่า ทุกครั้งที่เราได้รับรอยยิ้ม หรือมีใครสักคนช่วยเหลือโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน หัวใจเราจะพองโตขึ้นมาทันที? นั่นเพราะ "ความเมตตา" และ "ความสุข" มีพลังมหัศจรรย์ที่เชื่อมโยงกันอย่างน่าทึ่ง 💛 ความเมตตา: สิ่งเล็ก ๆ ที่สร้างความหมายยิ่งใหญ่ ความเมตตาไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่โตเสมอไป แค่การช่วยจับประตูให้คนข้างหลัง การกล่าวคำว่า "ขอบคุณ" อย่างจริงใจ หรือแม้แต่การส่งข้อความดี ๆ ให้ใครสักคน ก็สามารถเปลี่ยนวันธรรมดาของเขาให้กลายเป็นวันที่ดีขึ้นได้ นอกจากจะทำให้คนอื่นมีความสุขแล้ว ความเมตตายังส่งผลดีต่อใจของเราเอง นักวิทยาศาสตร์พบว่า เมื่อเราทำความดี ร่างกายจะหลั่งสารแห่งความสุข เช่น โดพามีน และออกซิโทซิน ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นหัวใจและผ่อนคลาย 😊 ความสุข: แท้จริงแล้วอยู่รอบตัวเรา หลายคนมักคิดว่าความสุขมาจากความสำเร็จหรือสิ่งของราคาแพง แต่จริง ๆ แล้ว ความสุขอยู่รอบตัวเราเสมอ อยู่ในช่วงเวลาที่เราหัวเราะกับเพื่อน อยู่ในถ้วยกาแฟหอม ๆ ตอนเช้า หรือแม้แต่ในการได้ทำสิ่งเล็ก ๆ ให้คนอื่น การแสดงความเมตตาไม่เพียงทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น แต่ยังทำให้เรารู้สึกเติมเต็ม เพราะแท้จริงแล้ว ความสุขที่แท้จริงไม่ได้มาจากการรับเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการให้ด้วยใจ 💡 ลองดูสิ! วันนี้ลองทำอะไรดี ๆ ให้ใครสักคน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ครอบครัว หรือแม้แต่คนแปลกหน้า แล้วคุณจะค้นพบว่า การให้เพียงเล็กน้อย อาจกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่สำหรับใครบางคน และที่สำคัญ... มันจะทำให้หัวใจของคุณเองเต็มไปด้วยความสุขด้วยเช่นกัน 💖 Source: https://edition.cnn.com/2025/03/20/health/world-happiness-kindness-wellness
- ขยับวันละนิด! “Exercise Snacks” ทริคออกกำลังกายสั้น ๆ แต่ได้ผลใหญ่
ไม่มีเวลาออกกำลังกาย? ไม่เป็นไร! แค่ขยับตัววันละนิดก็ช่วยสุขภาพได้แล้ว นี่คือไอเดีย “Exercise Snacks” หรือการออกกำลังกายแบบสั้น ๆ ที่ใช้เวลาน้อย แต่ให้ผลดีเกินคาด! 🍿 “Exercise Snacks” คืออะไร? คิดซะว่าเป็นของว่างของร่างกาย! เป็นการออกกำลังกายแบบสั้น ๆ แค่ 30 วินาทีถึง 5 นาที เช่น เดินขึ้นบันได, ลุก-นั่ง, ยืดเส้นยืดสาย หรือแม้แต่เต้นขำ ๆ กับเพลงโปรด 💡 ทำไมต้องลอง? แค่วันละ 3-4 นาที ก็ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งได้ถึง 30% ช่วยให้ร่างกายตื่นตัว สดชื่น ไม่ง่วงเหงาหาวนอน เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและหัวใจ ลดความเสี่ยงสมองเสื่อมในอนาคต 🔥 เริ่มยังไงดี? ตอนตื่นนอน → แปรงฟันเสร็จ ลองทำสควอทหรือกระโดดตบสัก 10 ที ตอนทำงาน → ลุกขึ้นยืดเส้นทุก ๆ 1 ชั่วโมง หรือเดินคุยโทรศัพท์แทนการนั่ง ตอนดูทีวี → โฆษณามาเมื่อไหร่ ลุกขึ้นทำแพลงก์หรือวิดพื้น ก่อนนอน → ยืดกล้ามเนื้อเบา ๆ ช่วยให้หลับสบาย 🏡 งานบ้านก็เป็น “Exercise Snacks” ได้! กวาดบ้าน → ได้คาร์ดิโอ ยกของเข้าตู้เย็น → ได้เวทเทรนนิ่ง ขัดพื้น → ฝึกกล้ามแขนและขาไปในตัว การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องไปยิมหรือใช้เวลานาน แค่ขยับตัวให้มากขึ้นในชีวิตประจำวัน ก็ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นได้แล้ว! ลองดูสิ แล้วจะติดใจ! Source: https://edition.cnn.com/2025/03/18/health/exercise-snacks-wellness
- 4 วิธีอร่อยได้ ไม่กระทบกระเป๋าสตางค์
ยอมรับเถอะ—ราคาของกินเดี๋ยวนี้แพงขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าเงินเฟ้อจะเริ่มชะลอตัว แต่ค่าอาหารก็ยังทำให้เราตกใจตอนจ่ายเงินที่แคชเชียร์อยู่ดี! 😅 แต่ไม่ต้องห่วงนะ เพราะการกินดีไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป แค่มีเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ช่วยให้ประหยัดเงินได้แบบชิล ๆ 1. วางแผนให้เป็น กินคุ้มแน่นอน! ถ้าอยากประหยัดค่ากิน ต้องเริ่มจากการวางแผนที่ดี ก่อนออกไปจ่ายตลาด ลองทำตามนี้ดูสิ: ✅ เช็กตู้เย็น ตู้กับข้าว และช่องแช่แข็งก่อน ซื้อเฉพาะของที่ยังไม่มี! ✅ วางแผนเมนูโดยใช้วัตถุดิบที่ต้องรีบกินก่อนหมดอายุ ✅ ดูโปรโมชั่นของซูเปอร์มาร์เก็ต อะไรลดราคาก็ซื้อตุนไว้ เช่น เนื้อสัตว์หรือข้าว ซื้อเก็บใส่ตู้เย็นไว้ใช้ได้นาน การวางแผนดี ๆ ช่วยให้ทั้งประหยัดเงินและลดขยะอาหารไปในตัว! 2. เปลี่ยนโปรตีน แทนเนื้อสัตว์ก็ได้! ราคาหมู ไก่ เนื้อ แพงขึ้นทุกวัน ลองสลับมาใช้โปรตีนจากพืชดูบ้างดีไหม? ถูกกว่า แถมยังดีต่อสุขภาพด้วย! 🥦 พืชตระกูลถั่ว – ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ หรือถั่วเลนทิล อุดมไปด้วยโปรตีนและราคาสบายกระเป๋า 🌱 เต้าหู้ & เทมเป้ – โปรตีนจากถั่วเหลืองที่ทำอาหารได้หลากหลาย และดูดซึมรสชาติเก่งสุด ๆ 🌾 โปรตีนเกษตร (TVP) – ทางเลือกแทนเนื้อสัตว์ที่ทั้งถูกและมีโปรตีนสูง สลับกินบ้างก็ช่วยให้ค่าใช้จ่ายลดลงได้เยอะเลยนะ! 3. ของสดถูกกว่า อย่าหลงกลของแพ็คสำเร็จ! ความสะดวกมักมาพร้อมกับราคาที่แพงกว่า! อาหารสำเร็จรูป ของหมักหมักดอง หรือของแพ็คพร้อมกินมักจะบวกค่าแรงและค่าบรรจุภัณฑ์ไปด้วย ลองเปลี่ยนมาทำเองดีกว่า 🍗 ซื้อไก่ทั้งตัวแล้วแล่เอง จะถูกกว่าซื้อเนื้อไก่ที่หั่นมาแล้ว 🍍 สับสับปะรดเองดีกว่าซื้อแบบหั่นสำเร็จ ถูกกว่าตั้งครึ่ง! 🍜 ทำซุปหรือขนมกินเอง เช่น มัฟฟิน หรือซุปโฮมเมด อร่อยกว่า ประหยัดกว่า! เสียเวลานิดหน่อย แต่คุ้มค่ามาก! 4. ซื้อขนาดใหญ่ คุ้มกว่าเห็น ๆ ซื้อของแบบแพ็คใหญ่หรือแบบเป็นกิโล มักจะถูกกว่าซื้อแบบแยกชิ้นหรือขนาดเล็ก 🥣 ข้าวโอ๊ตถุงใหญ่ ราคาต่อหน่วยถูกกว่าซื้อแบบซองสำเร็จรูปถึง 60% 🥛 โยเกิร์ตกระปุกใหญ่ คุ้มกว่าซื้อแบบถ้วยเล็ก ๆ 🧀 ชีสก้อนใหญ่ ถูกกว่าแบบหั่นเป็นแผ่นแพ็คสำเร็จ ถ้ามีที่เก็บ ซื้อแบบแพ็คใหญ่ไปเลย ประหยัดเงินได้เยอะ! อยากกินดีแบบไม่เปลืองเงิน แค่มีแผนที่ดี เลือกวัตถุดิบที่คุ้มค่า และลดของสำเร็จรูปให้น้อยลง ก็ช่วยให้กระเป๋าตังค์ยังเต็มอยู่ได้! Source: https://goodtimes.ca/4-ways-to-eat-well-for-less/
- 10 เคล็ดลับออกกำลังกายสู่เป้าหมายของคุณ
เคยเป็นไหม? เริ่มปีใหม่ด้วยเป้าหมายสุดปังว่าจะฟิตหุ่นให้เป๊ะ แต่พอผ่านไปไม่กี่อาทิตย์ ก็เริ่มถอดใจ กลับไปนั่งชิลดูซีรีส์เหมือนเดิม? ถ้าอยากให้การออกกำลังกายกลายเป็นกิจวัตรที่ทำได้ยาว ๆ มาดูเคล็ดลับที่ช่วยให้คุณไม่ล้มเลิกกลางทางกันเถอะ! 1. ออกกำลังกายด้วยเหตุผลที่ใช่ หลายคนออกกำลังกายเพราะอยากลดน้ำหนัก แต่จริง ๆ แล้ว การเผาผลาญพลังงานมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น! แทนที่จะมุ่งแต่เรื่องตัวเลขบนตาชั่ง ลองคิดถึงประโยชน์อื่น ๆ อย่างสุขภาพที่ดีขึ้น อารมณ์แจ่มใสขึ้น หรือแค่ได้ขยับร่างกายแล้วรู้สึกสดชื่นก็นับว่าคุ้มแล้ว! 2. ใจดีกับตัวเองหน่อย ไม่ได้ออกกำลังกายเต็มชั่วโมงก็ไม่เป็นไร! แค่ขยับตัว ไม่ว่าจะเดินรอบบ้าน ยืดเส้นยืดสาย หรือทำงานบ้าน ก็ถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่ดีแล้ว หยุดกดดันตัวเอง และให้เครดิตกับสิ่งเล็ก ๆ ที่คุณทำได้ในแต่ละวัน 3. ตั้งเป้าหมายที่ทำได้จริง อย่ากำหนดเป้าหมายที่โหดเกินไป เช่น ออกกำลังกายวันละ 2 ชั่วโมงทุกวัน เพราะถ้าทำไม่ได้ จะรู้สึกผิดแล้วสุดท้ายจะเลิกไปเลย ลองตั้งเป้าหมายง่าย ๆ เช่น ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 20-30 นาที แล้วค่อย ๆ ปรับให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ 4. เปลี่ยนให้เป็นนิสัย คิดซะว่าออกกำลังกายคือกิจวัตรที่ต้องทำ เหมือนแปรงฟัน ไม่ต้องคิดเยอะ แค่ลงมือทำ! บอกตัวเองว่า “เราต้องขยับตัวทุกวัน” แม้จะเป็นแค่เดินรอบบ้านหรือเล่นโยคะ 10 นาทีก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย 5. มีเทรนเนอร์หรือโปรแกรมช่วย หากคุณไม่แน่ใจว่าควรเริ่มต้นยังไง การมีเทรนเนอร์ส่วนตัวหรือใช้แอปฟิตเนสก็เป็นตัวช่วยที่ดี ไม่จำเป็นต้องเจอเทรนเนอร์ทุกวัน แค่มีคำแนะนำเบื้องต้นก็ช่วยให้คุณออกกำลังกายอย่างมีทิศทางมากขึ้น 6. วางแผนก่อนเริ่ม ถ้าคุณไปยิมแบบไม่มีแผน อาจลงเอยด้วยการเดินไปเดินมาแล้วกลับบ้าน 😆 ลองกำหนดล่วงหน้าว่าวันนี้จะเล่นอะไรบ้าง เช่น คาร์ดิโอ 20 นาที ตามด้วยเวทเทรนนิ่ง หรือถ้าออกกำลังกายที่บ้านก็หาวิดีโอหรือแอปที่มีโปรแกรมให้ทำตาม 7. ลองเปลี่ยนบรรยากาศ ออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องทำแบบเดิมทุกวัน ลองเปลี่ยนจากวิ่งบนลู่วิ่งเป็นวิ่งในสวน หรือสลับจากเวทเทรนนิ่งเป็นโยคะหรือพิลาทิสบ้าง จะช่วยให้ไม่เบื่อและกระตุ้นให้คุณอยากออกกำลังกายต่อไป 8. เปลี่ยนมุมมอง อย่ามองการออกกำลังกายเป็นภาระ แต่ให้คิดว่าเป็นเวลาพักผ่อนจากงาน เป็นการดูแลตัวเอง หรือเป็นโอกาสได้ฟังเพลงโปรดแบบ uninterrupted ลองตั้งเป้าว่าจะดูซีรีส์ตอนนึงระหว่างปั่นจักรยาน หรือลองฝึกเต้นตาม TikTok ดูสิ สนุกขึ้นเยอะ! 9. หาเพื่อนร่วมทาง การมีเพื่อนออกกำลังกายช่วยให้มีแรงจูงใจมากขึ้น ลองชวนเพื่อน แฟน หรือคนในครอบครัวมาออกกำลังกายด้วยกัน หรือจะเข้าคลาสออนไลน์ที่มีคนออกกำลังกายไปพร้อมกันก็ได้ 10. ใช้ความบันเทิงเป็นตัวช่วย ถ้าคุณชอบฟังพอดแคสต์หรือหนังสือเสียง ลองตั้งกฎว่าฟังได้เฉพาะตอนออกกำลังกาย หรือเปิดเพลย์ลิสต์เพลงมัน ๆ ที่ช่วยให้การออกกำลังกายสนุกขึ้น รับรองว่าจะอยากขยับตัวทุกวันแน่นอน! การออกกำลังกายให้ได้ผล ไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณไปยิมหรืออยู่บ้าน แต่อยู่ที่ความสม่ำเสมอ! ไม่ต้องเริ่มแบบโหดเกินไป ค่อย ๆ ปรับให้เข้ากับชีวิตประจำวัน แล้วคุณจะพบว่าออกกำลังกายเป็นเรื่องสนุกและทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นทุกวัน Source: https://goodtimes.ca/10-tips-for-success-at-the-gym/
- ทำไมกล้ามเนื้อถึงสำคัญเมื่ออายุมากขึ้น
เราทุกคนอยากมีอายุยืนขึ้น—แต่มันจะดีกว่าไหมถ้าเราใช้เวลานั้นอย่างแข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดี? ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา อายุขัยของมนุษย์เพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะความก้าวหน้าในด้านสาธารณสุข โภชนาการ และการแพทย์ช่วยลดอัตราการเสียชีวิต โดยเฉพาะในวัยเด็ก ส่งผลให้มีคนจำนวนมากสามารถใช้ชีวิตไปจนถึงวัยชราได้ แม้ว่าการมีอายุยืนจะเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ สุขภาพระหว่างที่เรายังมีชีวิตอยู่ นั่นหมายถึงเราต้องให้ความสำคัญกับ “อายุขัยที่มีสุขภาพดี” (Healthspan) ไม่ใช่แค่อายุขัยเฉยๆ เพราะหลายคนใช้ช่วงบั้นปลายชีวิตไปกับโรคภัย ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง เป้าหมายของเราคือทำให้อายุขัยและอายุขัยที่มีสุขภาพดีอยู่ใกล้กันที่สุด เพื่อให้เราใช้ชีวิตอย่างมีพลังและเป็นอิสระได้นานที่สุด กล้ามเนื้อมีบทบาทสำคัญในการมีสุขภาพที่ดี หนึ่งในปัญหาสุขภาพหลักของผู้สูงวัยคือการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ความแข็งแรง และการทำงานของกล้ามเนื้อ ซึ่งเรียกว่า ภาวะกล้ามเนื้อพร่อง (Sarcopenia) ภาวะนี้อาจนำไปสู่การสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหว ความเสี่ยงต่อการหกล้ม กระดูกหัก โรคทางเมตาบอลิซึม และปัญหาสุขภาพอื่นๆ กล้ามเนื้อไม่ใช่แค่ช่วยให้เราเคลื่อนไหวได้เท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญต่อระบบเผาผลาญของร่างกาย เพราะเป็นแหล่งกักเก็บน้ำตาลและไขมันที่สำคัญ อีกทั้งยังช่วยป้องกันการสูญเสียโปรตีนในช่วงที่ร่างกายอยู่ภายใต้ความเครียด เช่น ระหว่างเจ็บป่วยหรือเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เมื่ออายุเข้าสู่ช่วง 50 ปีขึ้นไป มวลกล้ามเนื้อจะลดลงประมาณ 1% ต่อปี และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลงถึง 3% ต่อปี หากไม่ได้รับการดูแลที่ดี การใช้ชีวิตแบบนั่งๆ นอนๆ หรือแม้แต่การลดจำนวนก้าวเดินเพียง 2-3 สัปดาห์ ก็สามารถทำให้กล้ามเนื้อลดลง คุณภาพกล้ามเนื้อแย่ลง และส่งผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือด ดังนั้น การรักษามวลกล้ามเนื้อจึงเป็นหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีและการมีอายุขัยที่มีคุณภาพ ดูแลกล้ามเนื้อให้แข็งแรงเมื่ออายุมากขึ้น ข่าวดีคือ กล้ามเนื้อของเราสามารถปรับตัวและฟื้นฟูได้เสมอ! การออกกำลังกายและโภชนาการที่เหมาะสมสามารถช่วยรักษาและเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้ จากงานวิจัยของศาสตราจารย์ Stuart Phillips แห่งมหาวิทยาลัย McMaster พบว่า การฝึกเวทเทรนนิ่ง (Strength Training) แม้จะทำเพียงเบาๆ หรือไม่บ่อย ก็สามารถช่วยลดการสูญเสียกล้ามเนื้อในผู้สูงอายุได้ อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่อโปรตีนในอาหารได้ดีขึ้น ลดภาวะดื้อแอนาโบลิก (Anabolic Resistance) ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายใช้โปรตีนสร้างกล้ามเนื้อได้น้อยลงตามอายุที่มากขึ้น งานวิจัยยังพบว่า ผู้สูงอายุ ต้องการโปรตีนมากกว่าที่เคยเชื่อกัน การบริโภคโปรตีนในปริมาณ 1.2 – 1.6 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน จากแหล่งโปรตีนคุณภาพดี เช่น เนื้อสัตว์ ปลา ไข่ ผลิตภัณฑ์นม และพืชตระกูลถั่ว สามารถช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อได้ ลงทุนให้ร่างกายเหมือนลงทุนเพื่อวัยเกษียณ ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ การออกกำลังกายและโภชนาการที่เหมาะสมคือการลงทุนเพื่อสุขภาพในระยะยาว เหมือนกับการวางแผนเงินเกษียณ ยิ่งเริ่มต้นเร็ว ก็ยิ่งมีโอกาสเก็บสะสมสุขภาพที่ดีไว้ใช้ในอนาคต หากเราต้องการมีชีวิตที่ยืนยาว เราต้องแน่ใจว่าเราใช้ชีวิตนั้นได้อย่างแข็งแรงและอิสระ การดูแลกล้ามเนื้อคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เรามีทั้ง อายุขัยที่ยาวนาน และสุขภาพที่ดีไปพร้อมกัน อย่ารอให้สายเกินไป—เริ่มต้นดูแลกล้ามเนื้อของคุณตั้งแต่วันนี้! Source: https://goodtimes.ca/healthspan-versus-lifespan-the-vital-role-of-muscle-in-successful-aging/
- กินอร่อย แถมลดความเสี่ยงมะเร็ง! ไขความลับของอาหารเมดิเตอร์เรเนียน
ถ้าพูดถึงอาหารที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ อาหารเมดิเตอร์เรเนียนต้องติดอันดับต้น ๆ แน่นอน! ล่าสุด งานวิจัยพบว่าอาหารสไตล์นี้สามารถลดความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ นอกจากนี้ ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากมะเร็งในผู้หญิงถึง 17% เลยทีเดียว! 😲 ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำหนัก แต่เกี่ยวกับสุขภาพโดยรวม แน่นอนว่าอาหารเมดิเตอร์เรเนียนช่วยลดน้ำหนักและลดความอ้วน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของมะเร็งและโรคเรื้อรังอื่น ๆ เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ และไตวาย แต่สิ่งที่น่าทึ่งคือ… งานวิจัยใหม่เผยว่า แม้คุณจะไม่ได้ผอมลง แต่อาหารสไตล์นี้ก็ยังช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งได้! นักวิจัยพบว่าการทานอาหารเมดิเตอร์เรเนียนช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วนได้ โดยไม่เกี่ยวกับค่า BMI หรือปริมาณไขมันในร่างกาย ซึ่งอาจเป็นเพราะอาหารนี้ช่วยลดการอักเสบ ปรับสมดุลระบบเผาผลาญ และส่งผลดีต่อจุลินทรีย์ในลำไส้ (Gut microbiome) นั่นเอง! เมนูสุขภาพที่อร่อยและกินง่าย อาหารเมดิเตอร์เรเนียนเน้นวัตถุดิบจากพืชเป็นหลัก เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช ถั่ว และเมล็ดพืช พร้อมกับน้ำมันมะกอกแท้ ๆ เป็นตัวชูโรง อาหารประเภทไขมันทรานส์ น้ำตาล และของแปรรูปแทบไม่มีบทบาทเลย! เคล็ดลับง่าย ๆ ในการเริ่มต้น เติมบลูเบอร์รี่ลงในมื้อเช้า กินถั่วเป็นของว่าง เพิ่มผักหลากสีในมื้อกลางวัน ทานธัญพืชเต็มเมล็ดและโปรตีนจากพืชให้มากขึ้น ลดเนื้อแดง เน้นปลาที่มีไขมันดี เช่น แซลมอน หรือปลาทู อาหารที่ช่วยให้ชีวิตยืนยาว หลายประเทศที่คนอายุยืนและสุขภาพดี มักรับประทานอาหารเมดิเตอร์เรเนียนเป็นหลัก ไม่ใช่แค่ลดความเสี่ยงมะเร็ง แต่ยังช่วยลดโรคหัวใจและบำรุงสมองอีกด้วย! นักวิจัยยังพบว่า การเคร่งครัดกับอาหารนี้ช่วยได้มากที่สุด แต่ถ้าหลุดไปทานของโปรดบ้างเป็นครั้งคราวก็ไม่เป็นไร! เพราะแค่เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการกินให้ดีขึ้น ก็นับเป็นก้าวสำคัญต่อสุขภาพที่ยั่งยืนแล้ว! สรุป อยากมีสุขภาพดี ลดความเสี่ยงมะเร็ง และอายุยืน? เริ่มเปลี่ยนเมนูของคุณวันนี้! ลองทานอาหารเมดิเตอร์เรเนียน แล้วร่างกายจะขอบคุณคุณไปอีกนาน! Source: https://edition.cnn.com/2025/02/25/health/mediterranean-diet-cancer-prevention-wellness
- คุณแปรงฟันถูกวิธีหรือยัง? มาพิสูจน์กัน!
เราต่างแปรงฟันกันมาตั้งแต่เด็ก—บางคนอาจจะนานจนจำไม่ได้แล้ว! แต่คุณรู้ไหมว่า…มี วิธีที่ถูกต้อง ในการแปรงฟัน? ไม่ต้องห่วงนะ เราไม่ได้จะส่งคุณกลับไปเรียนวิชาทันตแพทย์ แค่ปรับวิธีดูแลฟันเล็กน้อย ก็ช่วยให้รอยยิ้มสดใส ลมหายใจหอมสดชื่น และเหงือกแข็งแรงขึ้นได้ มาดูกันเลย! 4 กฎทองของสุขภาพช่องปาก ถ้าคุณทำตาม 4 ข้อนี้อยู่แล้ว ขอยกนิ้วให้เลย! คุณมาถูกทางแล้วล่ะ ✅ แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ✅ ใช้ไหมขัดฟันวันละครั้ง (เชื่อเถอะ หมอฟันรู้ว่าคุณแอบข้าม!) ✅ กินอาหารที่เป็นมิตรกับฟัน ลดน้ำตาลและของหวาน ✅ พบทันตแพทย์เป็นประจำ (ใช่ ปีละครั้ง ไม่ใช่ทุก 5 ปีนะ!) ทำได้ครบ 4 ข้อ ฟันของคุณจะแข็งแรง ห่างไกลโรคเหงือก ซึ่งมีผลต่อสุขภาพร่างกายโดยรวมด้วย แต่เรามีเคล็ดลับเพิ่มเติมให้ไปอีกขั้น! แปรงฟันให้สะอาด ต้องทำตามลำดับนี้! คิดซะว่าปากของคุณคือ สนามรบ และภารกิจของคุณคือกำจัดแบคทีเรียกับคราบพลัคให้อยู่หมัด! ทำตามลำดับนี้ รับรองฟันสะอาดสุดๆ 1️⃣ เริ่มจากไหมขัดฟัน – ช่วยกำจัดเศษอาหารและคราบที่แปรงเข้าไม่ถึง ถ้าแปรงก่อน อาจจะเหมือนแค่ปัดฝุ่นทับคราบเก่า 2️⃣ ตามด้วยแปรงฟัน – ตอนนี้แปรงจะสามารถทำความสะอาดได้เต็มที่ ไม่มีอะไรมาขวาง 3️⃣ อย่าบ้วนปากด้วยน้ำทันที! – ปล่อยให้ฟลูออไรด์จากยาสีฟันทำงานต่อบนฟันสัก 30 นาที แค่บ้วนฟองออกก็พอ อยากใช้น้ำยาบ้วนปากไหม? ใช้ได้! แต่เลือกสูตรที่มีฟลูออไรด์และไม่มีแอลกอฮอล์ และเว้นช่วงหลังแปรงฟันสักหน่อย แปรงไฟฟ้าดีกว่าแปรงธรรมดาไหม? ถ้าถามทันตแพทย์ คำตอบคือ ใช่! เพราะแปรงไฟฟ้าช่วยทำความสะอาดได้ล้ำลึกกว่า และส่วนใหญ่มีตัวจับเวลา ให้มั่นใจว่าแปรงครบ 2 นาทีพอดี แต่ถ้าคุณยังชอบใช้แปรงธรรมดาก็ไม่เป็นไร แค่ต้องใช้เทคนิคที่ถูกต้อง—หมุนแปรงเป็นวงกลมเล็กๆ อย่าถูแรงจนเหงือกร่น! เคล็ดลับเสริม เพื่อรอยยิ้มสุขภาพดี 💧 ดื่มน้ำบ่อยๆ – ช่วยล้างเศษอาหารและรักษาค่า pH ในปากให้สมดุล🍋 ระวังอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นกรด – แม้แต่ของดีต่อสุขภาพอย่างส้ม กรดอาจกัดกร่อนเคลือบฟันได้ ดื่มน้ำตามช่วยลดผลกระทบ👅 ใช้ที่ขูดลิ้น – แบคทีเรียชอบซ่อนอยู่บนลิ้น ขูดออกช่วยให้ลมหายใจหอมสดชื่น สรุปสั้นๆ การดูแลฟันให้แข็งแรงไม่ใช่เรื่องยาก แค่ยึดหลักพื้นฐาน ทำให้เป็นนิสัย และปรับปรุงเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ฟันของคุณก็จะอยู่กับคุณไปอีกนาน! และถ้าคุณยังสงสัยว่าทำถูกไหม? หมอฟันพร้อมให้คำแนะนำเสมอ (แม้จะบ่นเรื่องไหมขัดฟันอยู่ตลอดเวลาก็เถอะ!) ครั้งหน้าที่หยิบแปรงขึ้นมา ลองทำแบบมืออาชีพดูสิ! แปรงให้ดี ฟันแข็งแรง ยิ้มมั่นใจ! 😁 Source: https://www.cnn.com/2025/02/03/health/brushing-flossing-order-wellness
- เราจะอารมณ์ดีที่สุดในช่วงเช้า งานวิจัยบอกไว้
เคยได้ยินประโยค "นอนซะ พรุ่งนี้ตื่นมาจะรู้สึกดีขึ้น" ใช่ไหม? ดูเหมือนว่าพ่อแม่ของเราจะพูดถูก เพราะงานวิจัยใหม่พบว่า สุขภาพจิตและความเป็นอยู่ของเราขึ้นอยู่กับช่วงเวลาของวัน! เช้า ๆ อารมณ์ดีที่สุด จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน นักวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลจากผู้เข้าร่วมกว่า 49,218 คนในช่วงปี 2020-2022 และพบว่าผู้คนมักรู้สึกดีในตอนเช้า อาการซึมเศร้ามีน้อยลง และมีระดับความสุข ความพึงพอใจในชีวิต และคุณค่าในตัวเองสูงขึ้น ในขณะที่ช่วงเวลากลางคืนเป็นช่วงที่สุขภาพจิตของเราดูจะดิ่งลง แล้วทำไมถึงเป็นแบบนั้น? แม้ว่างานวิจัยจะพบความเชื่อมโยงนี้ แต่ก็ยังไม่ได้บอกว่า "เวลา" เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นหรือลง เพราะอาจมีปัจจัยอื่น เช่น สภาพแวดล้อม ภาระหน้าที่ หรือแม้แต่พฤติกรรมการนอน ที่ส่งผลต่ออารมณ์ของเราในแต่ละวัน รู้เวลาอารมณ์ขึ้นลง ใช้ให้เป็นประโยชน์ การเข้าใจว่าช่วงเวลาไหนที่เรารู้สึกดีหรือแย่ อาจช่วยให้เราจัดตารางชีวิตให้เหมาะสม เช่น ถ้าคุณรู้ว่าช่วงเช้าคือเวลาที่คุณรู้สึกสดชื่นและมีสมาธิที่สุด นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการตัดสินใจสำคัญ หรือทำงานที่ต้องใช้สมองเยอะ ๆ ในทางกลับกัน ถ้าคุณรู้ว่าช่วงค่ำมักจะเป็นช่วงที่อารมณ์ดิ่งลง ลองใช้เวลานี้ไปกับการผ่อนคลาย เช่น อ่านหนังสือ ดูหนัง หรือทำสมาธิ แทนที่จะเผชิญหน้ากับเรื่องเครียด ๆ กลางคืนไม่เหมาะคุยเรื่องเครียด? แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญบางคนจะบอกว่าช่วงสาย ๆ เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการจัดการปัญหายาก ๆ เพราะอารมณ์คงที่ แต่บางงานวิจัยก็พบว่า ช่วงเย็นอาจเป็นเวลาที่ดีสำหรับการสะท้อนอารมณ์ เช่น การเขียนไดอารี่ หรือฟังปัญหาของคนอื่นอย่างเข้าอกเข้าใจ สรุปง่าย ๆ: เช้า: อารมณ์ดีที่สุด เหมาะกับการตัดสินใจและทำงานสำคัญ บ่าย: อาจเริ่มเหนื่อยล้า ระวังภาวะ "decision fatigue" หรือการเหนื่อยกับการตัดสินใจ เย็น: เวลาดีสำหรับการสะท้อนอารมณ์และรับฟังคนอื่น ดึก: สุขภาพจิตอาจไม่ดีเท่าตอนเช้า ไม่ควรคุยเรื่องเครียด แต่ถ้าคุณเป็นคนนอนดึกล่ะ? ไม่ต้องกังวล! งานวิจัยนี้เป็นแนวโน้มโดยรวม แต่แต่ละคนก็มีนาฬิกาชีวิตที่แตกต่างกัน หากคุณเป็นคนที่รู้สึกดีที่สุดตอนเที่ยงคืนก็ไม่เป็นไร แค่หาจังหวะที่เหมาะกับตัวเอง และใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด! ดังนั้น ถ้าพรุ่งนี้คุณมีเรื่องหนักใจ... ลองนอนให้พอ แล้วตื่นมารับวันใหม่ด้วยพลังที่สดใสกันเถอะ! ☀️ Source: https://www.cnn.com/2025/02/04/health/mental-health-morning-wellness
- จิบกาแฟให้ถูกเวลา ช่วยลดความเสี่ยงอายุสั้น!
ข่าวดีสำหรับคอกาแฟ! งานวิจัยล่าสุดเผยว่า เวลาที่คุณดื่มกาแฟ อาจมีผลต่อสุขภาพและช่วยลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร หากดื่มในช่วงเช้า (04:00–11:59 น.) จะดีที่สุด ไม่ว่าคุณจะดื่มกาแฟแบบไหนหรือในปริมาณเท่าไหร่ก็ตาม ไขความลับสุขภาพกับกาแฟ งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน European Heart Journal ศึกษาข้อมูลจากผู้ใหญ่กว่า 40,000 คน พบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟเฉพาะช่วงเช้า ลดความเสี่ยงการเสียชีวิตก่อนวัยลงได้ถึง 16% และลดโอกาสเสียชีวิตจากโรคหัวใจได้ถึง 31% เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ดื่มกาแฟเลย ส่วนคนที่ดื่มกาแฟตลอดทั้งวันไม่ได้ประโยชน์ในแง่นี้ นอกจากนี้ จะเป็นกาแฟปกติหรือดีแคฟ (กาแฟไม่มีคาเฟอีน) ก็ให้ผลลัพธ์คล้ายกัน ดื่มเช้าทำไมดีกว่า? ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าคาเฟอีนที่ดื่มช่วงบ่ายหรือเย็นอาจรบกวนวงจรชีวภาพของร่างกาย (circadian rhythms) ซึ่งส่งผลต่อการนอนหลับและระดับฮอร์โมน เช่น เมลาโทนิน ที่ช่วยควบคุมความดันโลหิตและลดการอักเสบ ไม่ใช่แค่เรื่องกาแฟ การดื่มกาแฟตอนเช้ายังอาจเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตที่สุขภาพดี เช่น การออกกำลังกาย การเลือกรับประทานอาหารที่ดี และหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงผลการศึกษาแบบสังเกตการณ์ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการดื่มกาแฟเช้าเป็นเหตุโดยตรง ปรับพฤติกรรมการดื่มง่าย ๆ หากคุณอยากเริ่มดื่มกาแฟเฉพาะตอนเช้า ลองทำตามนี้: ลดปริมาณกาแฟบ่าย โดยเติมน้ำเพิ่มเพื่อเจือจาง ดูแลการนอนหลับ ให้พอเพียง ตรวจสุขภาพ เช่น ระดับวิตามินดี ธาตุเหล็ก หรือฮอร์โมนไทรอยด์ หากคุณรู้สึกอ่อนเพลียบ่อย กาแฟไม่ใช่แค่เครื่องดื่มที่ปลุกให้ตื่นในตอนเช้า แต่ยังอาจเป็น "เครื่องดื่มยืดชีวิต" ได้อีกด้วย ลองปรับพฤติกรรมการดื่มให้เข้ากับนาฬิกาชีวภาพ แล้วร่างกายของคุณจะขอบคุณในระยะยาว Source: https://www.cnn.com/2025/01/07/health/coffee-drinking-timing-death-risk-wellness/
- จิบนี้เพื่อชีวิตที่ยืนยาว!
เคยคิดไหมว่าความลับของการมีชีวิตที่ยืนยาวและสุขภาพดี อาจอยู่ใกล้แค่แก้วน้ำของคุณ? ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการดื่มน้ำไม่เพียงช่วยให้คุณสดชื่น แต่ยังเป็น “สูตรลับ” ที่ทำได้ง่ายสุดๆ และส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว ทำไมการดื่มน้ำถึงสำคัญ? น้ำเปรียบเสมือนยาวิเศษสำหรับร่างกาย ช่วยหล่อลื่นข้อต่อ บำรุงผิวพรรณ เพิ่มการทำงานของระบบย่อยอาหาร และช่วยควบคุมความดันโลหิต นอกจากนี้ยังช่วยลดโอกาสการเกิดไมเกรน และส่งเสริมการมีชีวิตที่ไร้โรค นาตาเลีย ดิมิทรีวา นักวิจัยจากสถาบันหัวใจ ปอด และเลือดแห่งชาติในสหรัฐอเมริกา บอกว่า “การดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นวิธีง่ายๆ ที่สามารถช่วยยืดอายุและลดโรคภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ” เริ่มต้นอย่างไรให้ดื่มน้ำเป็นนิสัย? การสร้างนิสัยดื่มน้ำไม่ได้ยากอย่างที่คิด ลองปรับตามกิจวัตรประจำวัน เช่น: จิบก่อนกาแฟตอนเช้า: ขณะรอกาแฟหรือน้ำชาเดือด ดื่มน้ำสักแก้วเพื่อเริ่มต้นวันใหม่แบบสดชื่น จิบตอนยืดเส้นยืดสาย: เมื่อคุณลุกขึ้นยืดเส้น ลองหยิบน้ำมาจิบด้วย ช่วงอุ่นอาหาร: ใช้เวลาที่รอไมโครเวฟทำงานดื่มน้ำแทนการไถมือถือ พาน้องหมาเดินเล่น: พกขวดน้ำติดตัว และดื่มให้หมดก่อนกลับถึงบ้าน การเพิ่มพฤติกรรมใหม่ในสิ่งที่คุณทำประจำนี้เรียกว่า Habit Stacking ช่วยให้คุณจดจำและสร้างนิสัยใหม่ได้ง่ายขึ้น คุณดื่มน้ำพอหรือยัง? ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้หญิงดื่มน้ำวันละ 8–10 แก้ว และผู้ชาย 10–12 แก้ว ซึ่งหลายคนอาจไม่ได้ดื่มถึงปริมาณที่แนะนำ เคล็ดลับ: พกขวดน้ำขนาด 32 ออนซ์ติดตัว และจิบไปเรื่อยๆ ตลอดวัน ตอนเย็นลองเช็กดูว่าคุณดื่มหมดหรือยัง ถ้าไม่ครบ เติมน้ำอีกและจิบต่อก่อนจบวัน น้ำไม่ใช่ตัวเลือกเดียว! หากคุณไม่ชอบดื่มน้ำเปล่า ลองเลือกน้ำชาแบบไม่มีน้ำตาล น้ำอัดลมที่ไม่มีแคลอรี หรือแม้กระทั่งอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ เช่น แตงกวา ส้ม หรือมะเขือเทศ ทั้งหมดนี้ช่วยเพิ่มการดื่มน้ำได้ พร้อมจะเริ่มต้นปีใหม่แบบเฮลตี้หรือยัง? การดื่มน้ำอาจดูเหมือนเป็นสิ่งเล็กๆ แต่ผลลัพธ์นั้นใหญ่เกินคาด ลองเพิ่มพฤติกรรมนี้ในชีวิตประจำวัน แล้วคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงทั้งสุขภาพและพลังชีวิต ดื่มน้ำให้ครบ เป้าหมายสุขภาพดีรอคุณอยู่ Source: https://www.cnn.com/2025/01/05/health/drinking-water-wellness
- ยืดเส้นให้สนุก!
อยากร่างกายยืดหยุ่น ป้องกันการบาดเจ็บ และแข็งแรงไปนาน ๆ ไหม? การยืดเส้นง่าย ๆ สองท่านี้จะช่วยให้คุณพร้อมลุยทุกวัน ท่ายืดที่ 1: ผ่อนคลายหลังขา ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อด้านหลังต้นขาอย่างง่าย ๆ จับเก้าอี้หรือเคาน์เตอร์ไว้ให้มั่น ยื่นขาข้างหนึ่งไปข้างหน้า ปล่อยข้อเท้าผ่อนคลายและเข่าไม่ตึงจนเกินไป โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แล้วจินตนาการว่ามีเชือกดึงหางกระดูกของคุณขึ้น! คุณจะรู้สึกตึงบริเวณหลังขา ค้างไว้ 10-30 วินาที อย่าฝืน จากนั้นเปลี่ยนขา ทำซ้ำตามต้องการ แบบนอนก็ได้: ถ้าชอบนอน ลองยกขาขึ้นทีละข้าง ใช้ผ้าหรือเข็มขัดช่วยดึงขาเบา ๆ เพื่อยืดได้เหมือนกัน ท่ายืดที่ 2: ดูแลน่อง ให้กล้ามเนื้อน่องรู้สึกผ่อนคลาย จับกำแพงหรือเก้าอี้ให้มั่น ก้าวขาหนึ่งข้างไปข้างหลัง ปลายเท้าทั้งสองข้างต้องขนานกันเหมือนกำลังสกี โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แล้วกดส้นเท้าข้างหลังลงจนรู้สึกตึงบริเวณน่องและเอ็นร้อยหวาย ค้างไว้ 10-30 วินาที แล้วเปลี่ยนข้าง ลองเปลี่ยนบรรยากาศ: ถ้าไม่มีเก้าอี้ กำแพง หรือต้นไม้ก็ใช้ได้ เคล็ดลับเพิ่มประสิทธิภาพ: หายใจลึก ๆ: หายใจเข้าลึก ๆ แล้วปล่อยออกช้า ๆ จะช่วยให้คุณยืดได้ดียิ่งขึ้น ฟังร่างกายตัวเอง: ยืดในระดับที่รู้สึกดี ไม่เจ็บ อย่าฝืน ยืดเส้นทุกวัน เพื่อร่างกายที่พร้อมใช้งานเสมอ น่อง หลังขา และทุกส่วนของคุณจะขอบคุณแน่นอน! 😊 Source: https://goodtimes.ca/stretch-it-out-2/
- ทำไมต้องล้างผักผลไม้ก่อนกิน (พร้อมวิธีง่ายๆ ที่ได้ผลจริง)
การกินผักผลไม้ทุกวันช่วยให้สุขภาพดีแน่นอน! แต่ก่อนกิน อย่าลืมล้างให้สะอาดก่อนนะ เพราะการล้างช่วยลดความเสี่ยงจากสิ่งสกปรกและสารเคมีที่อาจแฝงมากับผักผลไม้ที่ดูสดใหม่ เรามาดูกันว่าทำไมถึงสำคัญ และวิธีล้างที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดคืออะไร ทำไมต้องล้าง? ผักผลไม้ถูกปลูกในสภาพแวดล้อมที่เปิดโล่ง ซึ่งอาจสัมผัสกับสิ่งต่างๆ เช่น ดิน ฝุ่น เชื้อโรค แมลง หรือแม้กระทั่งสารเคมีป้องกันศัตรูพืช นอกจากนี้ ระหว่างกระบวนการเก็บเกี่ยว แพ็ก และขนส่ง ก็อาจมีสิ่งสกปรกเพิ่มเข้ามาอีก ดังนั้น การล้างช่วยลดสิ่งเหล่านี้ได้ และทำให้คุณกินได้อย่างสบายใจขึ้น! วิธีล้างผักผลไม้แบบง่ายและปลอดภัย ล้างมือก่อน มือของเราก็อาจมีเชื้อโรค อย่าลืมล้างมือให้สะอาดก่อนจับผักผลไม้ ใช้น้ำสะอาดไหลผ่าน ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาหรือสารเคมีแปลกๆ ใช้แค่น้ำเย็นล้างและถูด้วยมือจนแน่ใจว่าสะอาด ไม่ใช้สบู่หรือสารเคมี ผักผลไม้บางชนิดมีผิวที่ซึมซับ ถ้าใช้น้ำยาล้างจานหรือสารเคมีอื่นๆ อาจทำให้ตกค้างและเป็นอันตรายได้ ถ้าอยากล้างเพิ่ม คุณสามารถใช้น้ำส้มสายชู (เช่น น้ำส้มสายชูหมักหรือแอปเปิลไซเดอร์) หรือเบกกิ้งโซดา โดยผสมกับน้ำสะอาดแล้วแช่ผักผลไม้ประมาณ 2-3 นาที ก่อนล้างด้วยน้ำอีกครั้ง แต่จริงๆ แล้ว น้ำสะอาดธรรมดาก็เพียงพอแล้ว เคล็ดลับสำหรับผักผลไม้แต่ละประเภท ผักใบเขียว (เช่น ผักกาด, คะน้า): เด็ดใบแยกออกแล้วล้างทีละใบ ใบที่ช้ำหรือเหี่ยวควรทิ้ง ผักหัว (มันฝรั่ง, แครอท): ใช้แปรงถูเบาๆ เพื่อขจัดดินและสิ่งสกปรก ผลไม้ที่เน่าเสียง่าย (สตรอว์เบอร์รี, องุ่น): ล้างเฉพาะตอนจะกิน เพราะความชื้นจะทำให้ผลไม้เสียเร็วขึ้น ผลไม้เปลือกแข็ง (แตงโม, สควอช): ถูเปลือกด้วยแปรงเพื่อขจัดสิ่งสกปรกก่อนหั่น วิธีเก็บให้สดนาน หลังล้างแล้ว ซับน้ำให้แห้งด้วยกระดาษทิชชู่ หรือใช้เครื่องหมุนสลัดน้ำออก แล้วเก็บในกล่องปิดฝาและแช่ตู้เย็น ช่วยลดการเจริญเติบโตของเชื้อโรคและยืดอายุการเก็บ ข้อควรจำ ไม่มีวิธีล้างไหนที่กำจัดเชื้อโรคได้ 100% แต่การล้างด้วยน้ำสะอาดก็เพียงพอที่จะลดความเสี่ยงได้แล้ว! ถ้ากังวลมาก สามารถปรุงสุกอาหารเพื่อความปลอดภัยสูงสุด แค่นี้คุณก็อิ่มอร่อยกับผักผลไม้สดๆ ได้อย่างมั่นใจแล้ว! 🍓🥬 Source: https://goodtimes.ca/why-you-should-always-wash-fruit-and-veg-before-eating-them-and-the-best-technique-to-use/











