
ผลการค้นหา
พบ 87 ผลลัพธ์เมื่อไม่ระบุค่าการค้นหา
- 7 สารอาหารสำคัญที่คนทั่วโลกไม่ค่อยได้รับเพียงพอ (พร้อมวิธีเพิ่มเข้าไปในอาหารของคุณ)
คุณเคยสงสัยไหมว่าร่างกายของคุณได้รับสารอาหารเพียงพอหรือไม่? งานวิจัยล่าสุดพบว่ามีคนกว่า 5 พันล้านคนทั่วโลกที่ไม่ได้รับสารอาหาร 7 ชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย หากคุณอยากรู้ว่าจะเพิ่มสารอาหารเหล่านี้ลงในมื้ออาหารของคุณอย่างไรให้สนุกและง่าย ลองทำตามวิธีเหล่านี้ดู! 1. แคลเซียม เสริมความแข็งแรงให้กับกระดูกและฟัน หาได้จาก: ผลิตภัณฑ์นม ผักใบเขียว เช่น ผักโขม คะน้า เต้าหู้ ปลาซาร์ดีน และเครื่องดื่มเสริมแคลเซียม เช่น น้ำนมถั่วเหลือง น้ำนมอัลมอนด์ แคลเซียมเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยให้กระดูกแข็งแรงและรักษาการทำงานของหัวใจ กล้ามเนื้อ และระบบประสาท 2. โฟเลต ช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์ โดยเฉพาะในระหว่างการตั้งครรภ์ หาได้จาก: ถั่วเลนทิล ถั่วฝักยาว ผักใบเขียว และธัญพืชเสริม โฟเลตช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงให้แข็งแรงและส่งเสริมการเจริญเติบโตของร่างกาย 3. ไอโอดีน สำคัญต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์และพัฒนาการของสมอง หาได้จาก: เกลือไอโอดีน ปลา สาหร่ายทะเล ผลิตภัณฑ์จากนม และไข่ ไอโอดีนช่วยรักษาระบบเผาผลาญของร่างกายให้ทำงานปกติ 4. ธาตุเหล็ก ช่วยในการลำเลียงออกซิเจนทั่วร่างกาย หาได้จาก: เนื้อแดง ถั่วฝักยาว ผักใบเขียว มันฝรั่ง และธัญพืชเสริม ธาตุเหล็กช่วยสร้างพลังงานและทำให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า 5. แมกนีเซียม สนับสนุนการทำงานของกล้ามเนื้อ ระบบประสาท และการเผาผลาญ หาได้จาก: เมล็ดพืช ถั่ว ธัญพืชเต็มเมล็ด และผักใบเขียว แมกนีเซียมช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดและเสริมสร้างการทำงานของกล้ามเนื้อและประสาท 6. ไนอาซิน สำคัญต่อระบบประสาทและการย่อยอาหาร หาได้จาก: เนื้อไก่งวง ไก่ ข้าวกล้อง ปลาแซลมอน และเมล็ดฟักทอง ไนอาซินช่วยให้ผิวหนังแข็งแรงและส่งเสริมการทำงานของระบบประสาท 7. ไรโบฟลาวิน ช่วยเพิ่มพลังงานและรักษาสุขภาพของผิวหนัง หาได้จาก: ไข่ นม เนื้อสัตว์ และผักใบเขียว ไรโบฟลาวินช่วยเปลี่ยนอาหารเป็นพลังงาน ทำให้คุณมีแรงตลอดวัน จะทำอย่างไรให้ได้สารอาหารเพียงพอ? ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้กินอาหารที่หลากหลายทั้งผลไม้ ผัก ถั่ว เมล็ดพืช และธัญพืชเต็มเมล็ด เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน นอกจากจะช่วยให้คุณได้รับสารอาหาร 7 ชนิดที่จำเป็นแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น และการกินอาหารหลากหลายก็จะทำให้มื้ออาหารสนุกยิ่งขึ้น! แค่เพิ่มอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารเหล่านี้ลงในมื้ออาหารของคุณ ก็จะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น มีพลังมากขึ้น และป้องกันการขาดสารอาหารที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว เริ่มต้นดูแลสุขภาพของคุณได้เลยวันนี้! Source: https://www.cnn.com/2024/09/11/health/global-nutrient-intake-study-wellness
- พลังของโปรตีนจากพืช: คู่มืออ่านง่าย
โปรตีนจากพืช เช่น ถั่วต่างๆ เมล็ดพืช และถั่วเหลือง ไม่เพียงดีต่อสุขภาพของเรา แต่ยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย นี่คือข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับโปรตีนจากพืชที่คุณอาจอยากลองเพิ่มในมื้ออาหารของคุณ ทำความรู้จักโปรตีนจากพืชยอดนิยม เต้าหู้ (Tofu) เต้าหู้ทำจากถั่วเหลือง มีสองประเภทหลัก ๆ คือ แบบนิ่มและแบบแข็ง เต้าหู้นิ่มไม่ได้ผ่านการกรองน้ำ ส่วนเต้าหู้แข็งจะถูกกดให้แน่นทำให้มีโปรตีนมากกว่า เต้าหู้สามารถใช้ทำอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผัด ซุป หรือแม้แต่ของหวาน! เทมเป้ (Tempeh) เทมเป้เป็นโปรตีนจากถั่วเหลืองอีกชนิดหนึ่งที่มาจากอินโดนีเซีย ผ่านการหมักทำให้มีรสขมนิด ๆ และมีโปรตีนสูงกว่าเต้าหู้ ต้องปรุงก่อนทาน แต่เหมาะมากกับเมนูคาวต่าง ๆ โปรตีนจากพืชพื้นผิว (Textured Vegetable Protein - TVP) TVP เป็นผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ทำจากแป้งถั่วเหลืองที่เอาไขมันออก ใช้แทนเนื้อบดในเมนูต่าง ๆ ได้ แค่แช่น้ำให้นุ่มก็พร้อมปรุงแล้ว! เซตัน (Seitan) เซตันทำจากกลูเตนข้าวสาลี เนื้อสัมผัสนุ่ม และสามารถปรุงได้หลากหลายวิธี เช่น นึ่ง อบ ทอด หรือสตูว์ แต่ไม่เหมาะสำหรับคนที่แพ้กลูเตน ประโยชน์ทางโภชนาการของโปรตีนจากพืช แคลเซียม : เต้าหู้ที่ทำจากแคลเซียมซัลเฟตเป็นแหล่งแคลเซียมที่ดี ไม่มีคอเลสเตอรอล : ต่างจากโปรตีนจากสัตว์ โปรตีนจากพืชไม่มีคอเลสเตอรอล ไฟเบอร์ : โปรตีนจากพืชมีไฟเบอร์ ซึ่งโปรตีนจากสัตว์ไม่มี ธาตุเหล็ก : โปรตีนจากพืชมีธาตุเหล็กแบบ non-heme ซึ่งดูดซึมได้ไม่ดีเท่าเหล็กจากสัตว์ แต่คุณสามารถเพิ่มการดูดซึมได้ด้วยการทานคู่กับวิตามินซี เช่น ผักผลไม้ โปรตีน : โปรตีนจากพืชบางชนิด เช่น ถั่วเหลือง เป็นโปรตีนที่ครบถ้วน ซึ่งหมายถึงมีกรดอะมิโนจำเป็นครบ ส่วนโปรตีนพืชอื่น ๆ สามารถจับคู่กับธัญพืชและถั่วเพื่อให้ได้กรดอะมิโนครบถ้วน วิตามินบี12 : ส่วนใหญ่โปรตีนจากพืชไม่มีวิตามินบี12 ยกเว้นเทมเป้ที่มีบี12 แต่ร่างกายดูดซึมได้ไม่ดี ควรหาแหล่งบี12 จากอาหารเสริม เช่น นมถั่วเหลืองเสริมวิตามิน สังกะสี : เต้าหู้และเทมเป้เป็นแหล่งของสังกะสีที่ดี ทำไมโปรตีนจากพืชถึงดีต่อคุณ สุขภาพหัวใจ : โปรตีนจากพืชมีไขมันอิ่มตัวน้อยกว่าและมีไฟเบอร์มากกว่า ซึ่งช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดการบริโภคเนื้อแดง : องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ลดการทานเนื้อแดงและเนื้อแปรรูป ซึ่งเชื่อมโยงกับความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง การเลือกโปรตีนจากพืชจึงเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ ป้องกันโรค : การทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักสามารถช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ เช่น มะเร็ง เบาหวานชนิดที่ 2 และโรคอ้วน โดยสรุป การเปลี่ยนมาทานโปรตีนจากพืชบางส่วนสามารถเพิ่มพลังสุขภาพและช่วยโลกไปพร้อมกัน! Source: https://goodtimes.ca/the-power-of-plant-protein/
- 4 วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยคุณกินเพื่อโลกของเรา
รู้ไหมว่าการกินของเราส่งผลกระทบต่อโลกใบนี้มากกว่าที่คิด? แค่ระบบการผลิตอาหารอย่างเดียวก็ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกเกือบหนึ่งในสามของโลก! จากการเสื่อมโทรมของดินและน้ำไปจนถึงการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ การผลิตและบริโภคอาหารมีผลต่อสิ่งแวดล้อมมาก แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงระบบอาหารทั่วโลกจะเป็นงานใหญ่ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และนโยบายรัฐ แต่คุณก็สามารถสร้างความแตกต่างได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวันของตัวเอง! นี่คือ 4 วิธีที่ช่วยให้คุณกินอย่างยั่งยืนได้ง่ายๆ และสนุกไปกับการดูแลโลกใบนี้ 1. วางแผนมื้ออาหารและลิสต์ช้อปปิ้งให้เหมือนมือโปร 🛒 เบื่อกับการถามตัวเองทุกวันว่า "เย็นนี้กินอะไรดี?" ลองวางแผนมื้ออาหารล่วงหน้า จะช่วยประหยัดเวลาและเงิน แถมยังช่วยลดการซื้ออาหารที่ไม่จำเป็นอีกด้วย เตรียมลิสต์อาหารที่ต้องซื้อและยึดตามแผนตอนออกไปช้อป จะช่วยลดความเสี่ยงในการซื้ออาหารที่ไม่จำเป็นหรือเสียทิ้ง ถ้าไม่รู้จะทำอะไร ลองสูตรอาหารจากพืชที่ง่ายและอร่อยเหล่านี้: ข้าวหน้าเต้าหู้ ทาโก้ผัก โบโลเนสถั่วเลนทิล ไม่ต้องห่วง พืชโปรตีนอย่างเต้าหู้ ถั่ว และเลนทิล ถูกกว่าเนื้อสัตว์เยอะ และอิ่มท้องไม่แพ้กัน! 2. ครีเอทเมนูใหม่จากของเหลือ 🍲 ของเหลือไม่จำเป็นต้องน่าเบื่อ! คุณสามารถปรับเมนูเก่าๆ ให้กลายเป็นจานใหม่ที่อร่อยได้ง่ายๆ ลองใส่เครื่องปรุงเพิ่มหรือแปลงร่างอาหารเหลือให้กลายเป็นข้าวผัด ซุป หรือสตูว์ ถ้าผักใกล้จะเสีย อย่าเพิ่งทิ้ง! แช่แข็งไว้ใช้ทีหลังหรือเอามาต้มทำน้ำซุปก็ได้ เคล็ดลับ: เก็บของเหลือในภาชนะที่ปิดสนิท จะช่วยให้มันสดและทานได้ตลอดทั้งสัปดาห์ 3. ปล่อยวางความสมบูรณ์แบบ (และความรู้สึกผิด) 😌 เราทุกคนอยากกินให้ดีขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงนิสัยไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่มีใครสมบูรณ์แบบ อย่ากดดันตัวเองมากเกินไปหากคุณเผลอกินอะไรที่ไม่ดีต่อสุขภาพบ้าง จุดประสงค์คือการเพิ่มมื้ออาหารจากพืชในชีวิตประจำวัน ไม่จำเป็นต้องเลิกกินเนื้อสัตว์ไปเลยทันที (เว้นแต่คุณอยากจะทำจริงๆ!) การเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ เช่น “มังสวิรัติวันจันทร์” จะช่วยให้คุณค่อยๆ ปรับตัวได้อย่างยั่งยืน 4. เริ่มจากเล็กๆ แล้วฉลองชัยชนะเล็กๆ ของตัวเอง 🎉 การกินอย่างยั่งยืนไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในชีวิตทันที แค่ลดการกินเนื้อสัตว์และลดขยะอาหารในบ้านก็ช่วยได้มากแล้ว ทุกๆ การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ล้วนมีผล และยิ่งทำบ่อยก็จะยิ่งง่ายขึ้น อย่าลืมให้กำลังใจตัวเองทุกครั้งที่คุณทำสิ่งที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการเลือกกินอาหารจากพืชแทนเนื้อสัตว์ หรือการใช้ผักในตู้เย็นจนหมด! การกินอย่างยั่งยืนไม่ใช่เรื่องยากและไม่จำเป็นต้องเครียด แค่มีการวางแผนและครีเอทสักนิด คุณก็สามารถสนุกกับการกินอาหารอร่อยและช่วยดูแลโลกใบนี้ไปพร้อมๆ กัน พร้อมจะเริ่มหรือยัง? มาทำให้โลกของเราน่าอยู่ขึ้นทีละคำกันเถอะ! Source: https://theconversation.com/4-practical-tips-for-eating-more-sustainably-229553
- เสริมพลังสมองด้วยอาหารต้านการอักเสบ ลดความเสี่ยงสมองเสื่อม แม้มีภาวะเบาหวานหรือโรคหัวใจ
คุณรู้ไหมว่าอาหารที่เรากินมีผลต่อสุขภาพสมองมากกว่าที่คิด? ล่าสุดมีการศึกษาเผยว่า การรับประทานอาหารต้านการอักเสบที่อุดมไปด้วย ธัญพืชไม่ขัดสี ผัก และผลไม้ สามารถลดความเสี่ยงสมองเสื่อมได้ถึง 31% แม้คุณจะมีภาวะเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมองก็ตาม พลังของอาหารต้านการอักเสบที่ช่วยปกป้องสมอง การศึกษานี้นำโดย Abigail Dove จาก Aging Research Center ที่ Karolinska Institutet พบว่าการรับประทานอาหารที่ต้านการอักเสบไม่เพียงแค่ปกป้องหัวใจ แต่ยังปกป้องสมองของคุณด้วย ลองคิดดูสิว่าแค่ปรับเปลี่ยนวิธีการกินก็อาจจะทำให้คุณชะลอการเกิดสมองเสื่อมไปได้ถึงสองปี ซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับคนที่มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากปัญหาสุขภาพ อะไรทำให้อาหารต้านการอักเสบมีพลังเช่นนี้? อาหารต้านการอักเสบคืออะไร? ง่ายๆ คือ การเน้นอาหารจากธรรมชาติ เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี พร้อมทั้งลดการบริโภคเนื้อแดง เนื้อแปรรูป ซีเรียลที่มีน้ำตาลสูง น้ำอัดลม และอาหารแปรรูปต่างๆ ซึ่งอาหารที่ไม่ดีเหล่านี้สามารถเพิ่มการอักเสบในร่างกาย ทำให้เซลล์สมองเสียหายและเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ในทางกลับกัน อาหารที่ต้านการอักเสบจะอุดมไปด้วยวิตามิน แคโรทีนอยด์ และฟลาโวนอยด์ ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบ เป็นเหมือนเครื่องมือที่ช่วยซ่อมแซมและปกป้องร่างกายจากภายใน วิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังอาหารเหล่านี้ การศึกษานี้ไม่เพียงแค่สอบถามถึงพฤติกรรมการกินของผู้เข้าร่วมเท่านั้น แต่ยังใช้การสแกนสมองของผู้เข้าร่วมกว่า 9,000 คน พบว่าผู้ที่กินอาหารต้านการอักเสบมากที่สุด มีสมองที่แข็งแรงกว่า มีปริมาณสารสีเทาในสมองมากกว่า และมีระดับความเข้มของสารสีขาวในสมองน้อยกว่า ซึ่งบ่งบอกถึงความเสี่ยงต่อการเสื่อมของหลอดเลือดในสมองที่น้อยลง แม้การวิจัยยังคงต้องทำต่อไป แต่ข้อความหลักที่ได้จากการศึกษานี้ชัดเจน: แม้ว่าคุณจะมีภาวะสุขภาพเรื้อรัง การเปลี่ยนไปสู่การรับประทานอาหารที่มีคุณภาพสูงขึ้น ก็ยังสามารถให้การปกป้องสมองได้ ลดและชะลอสัญญาณของการเสื่อมสภาพทั้งทางกายภาพและการทำงานของสมอง เริ่มสุขภาพดีๆกันได้ตั้งแต่วันนี้! ไม่มีคำว่าสายเกินไปในการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าคุณจะมีภาวะสุขภาพเรื้อรังอยู่แล้วหรือเพียงแค่อยากดูแลสมองให้แข็งแรง การรับประทานอาหารต้านการอักเสบก็สามารถเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยดูแลสมองของคุณได้ ดังนั้น ครั้งหน้าที่คุณไปซื้อของ อย่าลืมเลือกซื้อผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสีมาเสริมพลังให้สมองของคุณสมองจะขอบคุณคุณ! Source: https://www.cnn.com/2024/08/13/health/anti-inflammatory-diet-dementia-wellness
- กินผักผลไม้กันเถอะ! สุขภาพดี ไม่ต้องง้อหมอ
รู้ไหมว่าการกินแอปเปิ้ลเพิ่มอีกสัก 2-3 ลูก (หรือจะเป็นบร็อคโคลี แตงกวา กล้วย หรือถั่วฝักยาวก็ได้) อาจจะช่วยให้คุณไม่ต้องไปหาหมอ โดยเฉพาะคนที่มีความดันโลหิตสูงที่เสี่ยงต่อโรคหัวใจและไต จากงานวิจัยล่าสุดเลยนะ! ดร.โดนัลด์ เวสสัน จากมหาวิทยาลัยเทกซัส ออสติน ได้ทำการศึกษาเพื่อดูว่าการลดกรดในอาหารของเราสามารถลดความเสี่ยงจากโรคไตและหัวใจที่เกี่ยวข้องกับความดันโลหิตสูงได้หรือไม่ อาหารจากสัตว์ เช่น เนื้อสัตว์ มักทำให้เกิดกรด ในขณะที่ผักและผลไม้จะทำให้เกิดด่าง ซึ่งเป็นผลดีต่อร่างกาย ในงานวิจัยนี้ ผู้เข้าร่วมถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม: กลุ่มแรกเพิ่มผักและผลไม้ 2-4 ถ้วยต่อวัน กลุ่มที่สองกินเบกกิ้งโซดาเพื่อลดกรด และกลุ่มที่สามใช้วิธีดูแลปกติ ผลลัพธ์หลัง 5 ปีแสดงให้เห็นว่าทั้งการกินผักผลไม้และการกินเบกกิ้งโซดาช่วยให้ไตสุขภาพดีขึ้น แต่ผักผลไม้ยังช่วยเรื่องสุขภาพหัวใจอีกด้วย สรุปเลยว่าการมีผักและผลไม้ในมื้ออาหารของเราควรเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีความดันโลหิตสูง แต่ถึงคุณจะไม่มีความดันโลหิตสูง การเพิ่มผักผลไม้ในอาหารก็ยังดีต่อสุขภาพอยู่ดี! สมาคมโรคหัวใจอเมริกันแนะนำให้กินผักและผลไม้ 4-5 หน่วยบริโภคต่อวัน ซึ่งอาจจะเป็นกล้วยหนึ่งลูก สตรอว์เบอร์รี 4 ลูกใหญ่ หรือผักใบเขียว 1 ถ้วย ถ้าจะให้ดีลองทำตามแผนอาหาร DASH ที่เน้นผักผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนจากพืชและสัตว์อย่างสมดุล ถ้าคุณเบื่อผักสดๆ ลองเพิ่มรสชาติด้วยสมุนไพร ซอส หรือเครื่องเทศ เพื่อทำให้ผักน่าสนใจขึ้นก็ได้ ดร.คริสโตเฟอร์ การ์ดเนอร์ จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด บอกว่าตอนนี้เชฟหลายคนเริ่มหันมาทำผักให้อร่อยโดยไม่ต้องขอโทษแล้ว! แม้ว่าบางชุมชนอาจจะเข้าถึงผักผลไม้สดได้ยาก แต่การเพิ่มผักผลไม้เข้าไปในอาหารยังคงเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการจัดการกับโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง โรคไต และโรคหัวใจ ดังนั้นครั้งหน้าที่คุณไปซื้อของ ลองหยิบผักผลไม้เพิ่มดูสิ ร่างกายคุณจะขอบคุณ! 🍎🥦 Source: https://www.cnn.com/2024/08/06/health/fruits-vegetables-heart-kidney-disease-wellness
- 5 นิสัยที่คุณควรนำไปใช้ ถ้าคุณอยากมีความสุขมากขึ้น
เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนดูมีความสุขโดยธรรมชาติ? ตามที่นักจิตวิทยาสังคม Sonja Lyubomirsky บอก ไม่ใช่แค่เรื่องของโชคดี แม้ว่าบางคนอาจมีแนวโน้มที่จะมีความสุขมากกว่า แต่ก็มีนิสัยบางอย่างที่ใครๆ ก็สามารถนำไปใช้เพื่อเพิ่มความสุขได้ หาจังหวะที่ใช่ (Find Your Flow) จำได้ไหมว่าครั้งสุดท้ายที่คุณมัวแต่ทำกิจกรรมบางอย่างจนลืมเวลาไปเลย? นั่นคือสภาวะที่เรียกว่า "Flow" และมันเชื่อมโยงกับความสุข ไม่ว่าจะเป็นการทำโปรเจ็กต์ที่ทำงาน เล่นกับลูก หรือทำกิจกรรมกับคนรัก การเพิ่มประสบการณ์ Flow เหล่านี้ในชีวิตจะช่วยเพิ่มความสุขของคุณอย่างมาก ทำความดีแบบสุ่มๆ (Practice Random Acts of Kindness) การทำสิ่งดีๆ ให้คนอื่นสามารถสร้างความรู้สึกดีๆ ได้หลายอย่าง การกระทำความดีทำให้คุณรู้สึกใจบุญและมีความสามารถ สร้างความรู้สึกเชื่อมโยง และยังสามารถเพิ่มความมั่นใจในตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่าเครื่องดื่มให้คนข้างหลัง ช่วยเหลือเพื่อนบ้าน หรือแค่ยิ้มให้คนที่ดูเศร้า การกระทำเล็กๆ เหล่านี้สามารถมีผลใหญ่ได้ บำรุงรักษาความสัมพันธ์ (Nurture Your Relationships) ความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีความสุข ใช้เวลาคุณภาพกับคู่รัก ลูก หรือเพื่อน เลือกความสัมพันธ์ที่ต้องการความเอาใจใส่และลงทุนเวลาในการสร้างความแข็งแกร่ง การเชื่อมต่อกับคนที่คุณรักสามารถนำมาซึ่งความสุขที่ยาวนาน แสดงความขอบคุณ (Express Gratitude) การใช้เวลาในการนับพรของคุณสามารถเปลี่ยนโฟกัสไปที่แง่บวกในชีวิตของคุณได้ ลองจดบันทึกสิ่งที่คุณรู้สึกขอบคุณ 3 ถึง 5 อย่างในแต่ละสัปดาห์ หรือเขียนจดหมายขอบคุณให้กับคนที่มีผลกระทบต่อชีวิตของคุณ การฝึกฝนนี้สามารถช่วยให้คุณชื่นชมสิ่งดีๆ และผ่านช่วงเวลายากลำบากได้ ฉลองข่าวดี (Celebrate Good News) การแชร์และฉลองความสำเร็จกับผู้อื่นสามารถเพิ่มความสุขของคุณได้ เมื่อคนที่คุณรู้จักทำบางอย่างสำเร็จ ฉลองกับพวกเขา นี่ไม่เพียงแค่ช่วยให้คุณเพลิดเพลินกับช่วงเวลา แต่ยังสร้างความแข็งแกร่งในความสัมพันธ์ของคุณด้วย อย่าลืมฉลองความสำเร็จของตัวเองด้วย ให้ตัวเองได้รับการยอมรับและยกย่องในความพยายามของคุณ โดยการนำเอานิสัยทั้ง 5 นี้มาใช้ คุณจะสามารถเพิ่มความสุขของคุณและเพลิดเพลินกับชีวิตที่มีคุณค่ามากขึ้น ขอลองทำกันดูนะ! Source: https://www.cnn.com/2024/07/21/health/habits-increase-happiness-wellness
- การกินเพื่อชีวิตที่ยืนยาว
คุณเป็นคนหนึ่งที่อยากลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยได้เกือบ 20% ไหม? ง่ายๆ แค่เลือกกินอาหารจากรูปแบบการกินที่มีประโยชน์สี่แบบที่นักวิจัยแนะนำ! เลือกกินอย่างฉลาด ชีวิตยืนยาว การศึกษาพบว่า การกินอาหารที่เน้นธัญพืชเต็มเมล็ด ผักผลไม้ ถั่ว และพืชตระกูลถั่ว สามารถลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากมะเร็ง โรคหัวใจ ระบบทางเดินหายใจ และโรคประสาทเสื่อมได้ ดร.แฟรงค์ ฮู หนึ่งในผู้ร่วมการศึกษา กล่าวว่า คนเรามักเบื่อการกินแบบเดิมๆ แต่ข่าวดีคือ เรามีความยืดหยุ่นในการเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพตามความชอบและวัฒนธรรมของแต่ละคน เปลี่ยนเมนู เปลี่ยนชีวิต ดร.ฮู แนะนำว่า ถ้าคุณชอบกินอาหารเมดิเตอร์เรเนียน แต่หลังจากนั้นไม่กี่เดือนอยากลองอะไรใหม่ๆ คุณสามารถเปลี่ยนไปกินอาหารแบบ DASH (Dietary Approaches to Stop Hypertension) หรือกึ่งมังสวิรัติได้ หรือจะทำตามแนวทางการกินอาหารของสหรัฐอเมริกาและสร้างจานอาหารสุขภาพของคุณเองก็ได้ การศึกษายาวนานที่ใหญ่ที่สุด การศึกษานี้ติดตามพฤติกรรมการกินของผู้หญิง 75,000 คนในโครงการ Nurses’ Health Study และผู้ชายกว่า 44,000 คนในโครงการ Health Professionals Follow-up Study นานถึง 36 ปี โดยไม่มีใครมีโรคหัวใจหรือเป็นผู้สูบบุหรี่ในตอนเริ่มต้น ดร.ฮูและทีมงานให้คะแนนผู้เข้าร่วมตามการปฏิบัติตามรูปแบบการกินที่ดีต่อสุขภาพสี่แบบ ได้แก่ อาหารเมดิเตอร์เรเนียน : เน้นผลไม้ ผัก ธัญพืชเต็มเมล็ด ถั่ว ปลา และน้ำมันมะกอก อาหารพืชที่ดีต่อสุขภาพ : เน้นพืชและลดเนื้อสัตว์และแอลกอฮอล์ ดัชนีการกินเพื่อสุขภาพ (Healthy Eating Index) : เน้นอาหารพืชและลดเนื้อสัตว์และน้ำตาล ดัชนีการกินเพื่อสุขภาพทางเลือก (Alternate Healthy Eating Index) : เน้นอาหารที่ลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง ผลการศึกษา ผู้ที่มีคะแนนการกินสูงสุดมีความเสี่ยงการเสียชีวิตลดลงประมาณ 20% การปรับปรุงการกินช่วยลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ 6% ถึง 13% มะเร็ง 7% ถึง 18% และโรคประสาทเสื่อม 7% การลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากโรคทางเดินหายใจอยู่ที่ 35% ถึง 46% สรุปง่ายๆ ไม่เคยสายเกินไปที่จะเริ่มกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยสามารถมีผลใหญ่ในการลดความเสี่ยงการเสียชีวิตก่อนวัย สำคัญคือการกินอาหารที่เน้นพืช ลดเนื้อสัตว์ น้ำตาล และโซเดียม ไม่ว่าคุณจะสร้างอาหารแบบไหน Source: https://www.cnn.com/2023/01/09/health/live-longer-diet-wellness/index.html
- อาหารเมดิเตอร์เรเนียน: วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้หัวใจของลูกคุณแข็งแรง!
คุณพ่อคุณแม่รู้ไหมว่า อาหารเมดิเตอร์เรเนียนที่ดังเรื่องสุขภาพดีสำหรับผู้ใหญ่ก็มีประโยชน์กับหัวใจของเด็กๆ ด้วย! ผลการศึกษาใหม่ยืนยันแล้ว มาดูกันว่าเราจะนำอาหารนี้มาให้ลูกๆ กินยังไงบ้าง ทำไมอาหารเมดิเตอร์เรเนียนถึงดีสำหรับเด็ก 🚀 จากการวิเคราะห์การศึกษา 9 ฉบับกับเด็ก 577 คนอายุ 3 ถึง 18 ปี พบว่าการกินอาหารเมดิเตอร์เรเนียนอย่างน้อย 8 สัปดาห์ช่วยลดความดันโลหิตและคอเลสเตอรอลได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งหมายถึงสุขภาพหัวใจที่ดียิ่งขึ้นสำหรับลูกๆ ของคุณ! กุญแจสู่สุขภาพที่ยั่งยืน ดร. โฮเซ่ ฟรานซิสโก้ โลเปซ-กิล ผู้เขียนนำการศึกษา ย้ำว่าพฤติกรรมการกินอาหารตั้งแต่เล็กๆ มีผลต่อสุขภาพในระยะยาว การส่งเสริมให้ลูกกินอาหารที่มีประโยชน์และไขมันดีจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังได้ อาหารเมดิเตอร์เรเนียนมีอะไรบ้าง? 🥗 อาหารเมดิเตอร์เรเนียนเน้นที่พืชเป็นหลัก ไขมันดี และอาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูป คิดถึงผลไม้ ผัก ถั่ว เมล็ดพืช ธัญพืช เนื้อสัตว์ที่ไม่มีไขมัน และปลา เคล็ดลับง่ายๆ สำหรับการเปลี่ยนแปลง เด็กไม่จำเป็นต้องกินอาหารเมดิเตอร์เรเนียนทั้งหมด แต่การเพิ่มอาหาร “ธรรมชาติ” และลดของว่างที่ผ่านการแปรรูปสูงเป็นก้าวสำคัญ ดร. นาตาลี มูธ โฆษกของสมาคมกุมารแพทย์แห่งอเมริกา แนะนำว่า การลดการบริโภคชิป คุกกี้ และโซดาในขณะที่เพิ่มการบริโภคผลไม้และผักเป็นการเริ่มต้นที่ดี เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่ในการนำอาหารเมดิเตอร์เรเนียนมาใช้ 🍽️ 1. ทำตัวเป็นตัวอย่าง: กินอาหารที่มีประโยชน์และจัดมื้ออาหารและของว่างให้เป็นระเบียบ 2. มื้ออาหารครอบครัว: นั่งทานอาหารร่วมกันเป็นครอบครัว เป็นวิธีที่ดีในการเชื่อมความสัมพันธ์และส่งเสริมการกินที่ดีต่อสุขภาพ 3. จำกัดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล: ลดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและน้ำผลไม้เพื่อช่วยจัดการน้ำตาลในเลือดและน้ำหนัก 4. รวมอาหารประจำวัฒนธรรม: คำนึงถึงความชอบและวัฒนธรรมของลูกในการเลือกอาหาร การวิจัยในอนาคตและข้อคิดสุดท้าย 🧐 นักวิจัยเห็นพ้องว่าต้องมีการศึกษามากขึ้น แต่หลักฐานจนถึงขณะนี้แสดงให้เห็นว่าอาหารเมดิเตอร์เรเนียนมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพหัวใจของเด็ก การศึกษาระยะยาวจะช่วยให้เราเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่อาหารนี้สามารถป้องกันโรคหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง และโรคเบาหวานในอนาคต ดร. มูธ กล่าวว่า หนึ่งในก้าวที่สำคัญที่สุดที่พ่อแม่สามารถทำได้คือการตั้งปณิธานในการทานอาหารร่วมกันเป็นครอบครัว และพยายามทำอาหารที่บ้านบ่อยที่สุด ยิ่งเด็กๆ ได้สัมผัสกับผลไม้ ผัก และปลาเท่าไหร่ พวกเขาก็จะยิ่งลองและชอบมากขึ้นในที่สุด! เริ่มเพิ่มความมหัศจรรย์ของอาหารเมดิเตอร์เรเนียนในมื้ออาหารของครอบครัวและดูสุขภาพของลูกๆ เติบโตขึ้น! 🌿🍅🐟 Source: https://www.cnn.com/2024/07/15/health/mediterranean-diet-children-cardiometabolic-health-wellness
- แครอท: เคล็ดลับสุขภาพง่าย ๆ ที่คุณต้องลอง!
การกินแครอทเป็นวิธีง่าย ๆ และอร่อยที่ช่วยเพิ่มสารอาหารที่มีประโยชน์ให้ร่างกาย มาดูกันว่าทำไมผักกรอบ ๆ เหล่านี้ถึงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของคุณ! แครอท: ฮีโร่ที่ถูกมองข้ามในอาหารของคุณ โดยทั่วไป ผักนั้นยอดเยี่ยมมาก! คุณสามารถกินสด ๆ ปรุงสุก หรือหั่นใส่ในเมนูที่ชอบได้ แต่ผักหนึ่งที่คุณอาจมองข้ามคือแครอท ในการศึกษาล่าสุดพบว่าการกินแครอทลูกเล็กสามครั้งต่อสัปดาห์สามารถเพิ่มสารอาหารสำคัญให้กับร่างกายได้อย่างมาก! การศึกษาที่พิสูจน์ทุกอย่าง ในการศึกษาใหม่ที่นำเสนอในงาน Nutrition 2024 ที่ชิคาโก นักวิจัยพบว่าการกินแครอทลูกเล็กสามครั้งต่อสัปดาห์สามารถเพิ่มระดับแคโรทีนอยด์ที่มีประโยชน์ในผิวหนัง ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระธรรมชาติที่ช่วยลดการอักเสบและส่งเสริมสุขภาพหัวใจ เพียงแค่หนึ่งเสิร์ฟของแครอทลูกเล็ก (ประมาณ 8-12 ลูก) ก็สามารถสร้างความแตกต่างได้แล้ว! ทำไมแครอทถึงยอดเยี่ยม แครอทเต็มไปด้วย เบต้าแคโรทีน ที่ร่างกายของคุณแปลงเป็นวิตามินเอ ซึ่งมีความสำคัญในการรักษาหัวใจ ปอด และอวัยวะอื่น ๆ ให้แข็งแรง นอกจากนี้ การรับประทานผักที่มีสารอาหารสูงยังสามารถลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ มะเร็งบางชนิด เบาหวาน และโรคอ้วนได้อีกด้วย ไม่ใช่แค่ของว่างเท่านั้น แครอทนั้นหลากหลาย! คุณสามารถเพลิดเพลินกับการจิ้มแครอทกับน้ำสลัด น้ำฮัมมัส หรือแม้กระทั่งเนยถั่ว พวกมันเหมาะสำหรับเป็นของว่างที่รวดเร็วและมีสุขภาพดี และอย่าลืมว่าไม่ใช่แค่แครอทเท่านั้น การใส่ผักหลากสีในอาหารของคุณจะช่วยให้คุณได้รับสารอาหารที่หลากหลายที่ร่างกายต้องการ พลังของการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอย่างมากในคืนเดียว การปรับเปลี่ยนเล็ก ๆ อย่างสม่ำเสมอในอาหารของคุณสามารถนำไปสู่ประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก ดังนั้นครั้งต่อไปที่คุณไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต อย่าลืมหยิบแครอทลูกเล็กและเริ่มต้นการกินเพื่อสุขภาพที่ดีกันเถอะ! เคล็ดลับสำหรับทุกวัย ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ใหญ่หรืออยู่ในวัยทอง การเริ่มต้นการกินเพื่อสุขภาพไม่มีคำว่าสายเกินไป ตั้งเป้าที่จะใส่ผลไม้และผักหลากหลายชนิดในอาหารของคุณเพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้รับสารอาหารที่ร่างกายต้องการ เริ่มต้นการเพิ่มแครอทลูกเล็กในเมนูประจำสัปดาห์ของคุณและเพลิดเพลินกับการกินเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น! 🥕💪🌟 Source: https://www.cnn.com/2024/07/08/health/carrots-vegetables-carotenoids-vitamins-wellness
- การมีสุขภาพดีในวัยเกษียณ: เริ่มต้นวันนี้เพื่ออนาคตที่สดใส!
สงสัยไหมว่าทำไมต้องเริ่มคิดเรื่องการมีสุขภาพดีตั้งแต่วันนี้? ดร.จอห์น แบทซิส มีเคล็ดลับสนุก ๆ และใช้ได้จริงเพื่อให้คุณรู้สึกดีในทุกช่วงวัย! ทำไมต้องเริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้? ตัวคุณในอนาคตจะขอบคุณตัวคุณในวันนี้! บางคนสามารถทำกิจกรรมได้จนถึงวัย 90 ปี ขณะที่บางคนอาจมีปัญหาสุขภาพ ข่าวดีคือคุณสามารถกำหนดอนาคตของคุณได้ด้วยการตัดสินใจในวันนี้ ทั้งการกิน การออกกำลังกาย และการสร้างความสัมพันธ์ การเปลี่ยนแปลงสำคัญเพื่ออนาคตที่มีสุขภาพดี 1. กินให้ถูกหลัก : การกินอาหารที่สมดุล แบบเมดิเตอร์เรเนียนคือเพื่อนที่ดีที่สุด อาหารที่ทำเองจากผลไม้และผักสดนั้นดีกว่าอาหารฟาสต์ฟู้ดแน่นอน 2. รักษาความเคลื่อนไหว : ตั้งเป้าหมายออกกำลังกายแบบปานกลาง 150 นาทีต่อสัปดาห์ และเพิ่มการฝึกกล้ามเนื้อเพื่อความแข็งแรง 3. สร้างความสัมพันธ์: การมีเพื่อนและครอบครัวช่วยเพิ่มสุขภาพจิตและความรู้สึกของความมีคุณค่า รักษาการติดต่อกับคนรอบข้างและเข้าร่วมกิจกรรมในชุมชน เคล็ดลับสำหรับผู้สูงวัย ไม่มีคำว่าสายเกินไป! ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยใด คุณสามารถเริ่มต้นดูแลสุขภาพได้โดยมุ่งเน้นที่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณ ทำงานร่วมกับทีมดูแลสุขภาพของคุณเพื่อสร้างแผนที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตและเป้าหมายของคุณ การมีสุขภาพดีในวัยเกษียณเป็นการเดินทางที่ต้องทำตลอดชีวิต ไม่ว่าคุณจะอายุน้อยหรือมาก การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่ดีสามารถทำให้คุณมีความสุขและมีสุขภาพดีขึ้น ดังนั้น ลุกขึ้นมาเคลื่อนไหว กินอาหารที่ดี และรักษาความสัมพันธ์เพื่ออนาคตที่เต็มไปด้วยความสุขและพลังชีวิต! Source: https://www.cnn.com/2024/07/12/health/geriatrician-healthy-aging-wellness
- การจัดการน้ำหนัก: เคล็ดลับสนุกๆ เพื่อให้ร่างกายฟิต
เมื่อเราอายุมากขึ้น น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ไม่ต้องกังวล! เรามีวิธีการจัดการน้ำหนักแบบง่ายๆ และสนุกๆ มาให้คุณได้ลองปฏิบัติ เพื่อให้คุณรักษารูปร่างได้อย่างมีความสุขและสุขภาพดี ทำไมน้ำหนักถึงเพิ่มขึ้นเมื่อเราอายุมากขึ้น? เมื่อเราอายุมากขึ้น ระบบเผาผลาญพลังงานของเราจะทำงานช้าลง Dr. Tony Chetty จากโรงพยาบาล St. Joseph’s Healthcare Hamilton อธิบายว่าเราเสียมวลกล้ามเนื้อประมาณ 5-10% ทุกๆ 10 ปี และกล้ามเนื้อใช้พลังงานมากกว่าที่ไขมันใช้ นั่นหมายความว่าเราต้องการพลังงานน้อยลงเพื่อรักษาร่างกายให้ทำงานตามปกติ Jennifer L. Kuk จากมหาวิทยาลัย York อธิบายว่า คนส่วนใหญ่กินอาหารเท่าเดิมแต่เคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ซึ่งทำให้เราค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักโดยไม่รู้ตัว เฉลี่ยปีละ 1-2 ปอนด์ ผลกระทบของน้ำหนักส่วนเกิน น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมักจะสะสมเป็นไขมันรอบอวัยวะ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวานและโรคหัวใจ แต่ไม่ต้องห่วง! เรามีวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยลดน้ำหนักอย่างได้ผล ลุกขึ้นและขยับตัว ถ้าคุณใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งอยู่ ลุกขึ้นและขยับตัวให้มากขึ้น การออกกำลังกายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยสามารถช่วยได้ Jennifer Kuk กล่าวว่าการอยู่เฉยๆ ทำให้ความอยากอาหารเพิ่มขึ้นและร่างกายไม่สามารถควบคุมแคลอรี่ได้ดี การเดินเป็นตัวเลือกที่ง่ายและฟรี ลองเปลี่ยนมาขึ้นรถสาธารณะเพื่อเพิ่มจำนวนก้าวของคุณ! ออกกำลังกายแบบใช้แรงต้านทาน เพื่อรักษาและสร้างมวลกล้ามเนื้อ ลองออกกำลังกายแบบใช้แรงต้านทาน Dr. Chetty แนะนำให้ใช้สายยางยืดหรือดัมเบล หรือแม้กระทั่งน้ำหนักตัวเอง เว็บไซต์ osteoporosis.ca และ diabetes.ca มีโปรแกรมออกกำลังกายที่คุณสามารถทำเองได้ ทำเซ็ตสองสามครั้งระหว่างดูทีวี และคุณจะได้ออกกำลังกายมากกว่า 20 นาที! ปรับการกินของคุณ การออกกำลังกายเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของการรักษากล้ามเนื้อ ร่างกายต้องการโปรตีนเพียงพอ Dr. Chetty แนะนำให้คนที่อายุมากกว่า 60 ปีได้รับแคลอรี่จากโปรตีนอย่างน้อย 30% และควรกระจายการบริโภคโปรตีนตลอดวัน เลือกอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น โยเกิร์ตกรีก โรยเมล็ดเฮมป์ หรือขนมปังปิ้งทาเนยถั่วและเมล็ดเจีย หลีกเลี่ยงการกินหลังอาหารเย็น เนื่องจากการกินหลัง 2 ทุ่มอาจทำให้แคลอรี่ถูกเก็บเป็นไขมัน นอกจากนี้ ควรลดการบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและอาหารแปรรูป ทำอาหารเองและควบคุมขนาดอาหารช่วยลดแคลอรี่ได้ ตรวจสอบยา ยาบางชนิดสามารถทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ โดยเฉพาะยาต้านซึมเศร้าและยาสำหรับเบาหวาน พูดคุยกับแพทย์เกี่ยวกับทางเลือกที่ไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่ม จัดการความเครียดและการนอน ความเครียดและการนอนน้อยก็ส่งผลต่อน้ำหนัก Dr. Chetty แนะนำให้ทำสมาธิและโยคะเพื่อลดความเครียด และควรนอนให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน การนอนในเวลาเดียวกันทุกคืนช่วยในการควบคุมน้ำหนัก เน้นสุขภาพ ไม่ใช่น้ำหนัก วัดเส้นรอบเอวดีกว่าการใช้ดัชนีมวลกาย (BMI) ในการประเมินความเสี่ยงโรคเรื้อรัง แม้ว่าน้ำหนักจะสูงขึ้น แต่การมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอาจไม่ใช่เรื่องเลวร้าย คนที่มีน้ำหนักมากอาจมี "พลังงานสำรอง" ที่ช่วยให้รอดจากโรคร้ายได้ สิ่งสำคัญคือการมุ่งเน้นไปที่การมีพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าตัวเลขบนตาชั่ง หยุดวิจารณ์คนอื่นตามน้ำหนัก และมุ่งเน้นที่การเป็นคนที่สุขภาพดีที่สุดในน้ำหนักที่คุณอยู่ ด้วยเคล็ดลับเหล่านี้ คุณสามารถจัดการน้ำหนักได้อย่างสนุกสนานและมีสุขภาพดี! Source: https://goodtimes.ca/managing-weight-gain/
- พลังจากอาหาร Plant-Base: ตัวช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวานประเภท 2
คุณไม่จำเป็นต้องเป็นวีแกนเต็มตัวเพื่อให้ได้ประโยชน์จากอาหารที่เน้นพืชเป็นหลัก! อันที่จริง การทานอาหารที่มีพืชเป็นส่วนประกอบหลักสามารถลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 ได้ถึง 23% จากการศึกษาใหม่ในสหรัฐอเมริกา การศึกษาก่อนหน้านี้ได้ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างอาหารจากพืชกับเบาหวาน แต่ผลการศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Internal Medicine เป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุด นักวิจัยจากภาควิชาโภชนาการของโรงเรียนสาธารณสุขฮาร์วาร์ด ที.เอช. ชาน ได้ตรวจสอบข้อมูลสุขภาพของผู้เข้าร่วมจำนวน 307,099 คน ซึ่งในจำนวนนั้น 23,544 คนเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 การวิเคราะห์นี้ดูถึงประโยชน์ของการทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลัก ซึ่งรวมถึงผลไม้ ผัก ธัญพืชเต็มเมล็ด ถั่ว และพืชตระกูลถั่ว อีกทั้งยังรวมถึงมันฝรั่ง แป้งขาว น้ำตาล และโปรตีนจากสัตว์เล็กน้อย อาหารที่มีผลิตภัณฑ์จากสัตว์เกิน 4 ส่วนต่อวันจะไม่ถือเป็นอาหารจากพืชอีกต่อไป นักวิจัยกล่าวว่า “อาหารจากพืชมักเน้นที่ผลไม้ ผัก ถั่ว พืชตระกูลถั่ว และธัญพืชเต็มเมล็ด ซึ่งมีไฟเบอร์ วิตามิน และแร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ สารฟีนอลิก และกรดไขมันไม่อิ่มตัว” การทดลองทางคลินิกและการศึกษาเชิงสังเกตพบว่าอาหารเหล่านี้ช่วยเพิ่มความไวของอินซูลินและความดันโลหิต ลดน้ำหนักระยะยาว และบรรเทาการอักเสบที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุของโรคเบาหวานประเภท 2 “อาหารเหล่านี้ยังลดหรือหลีกเลี่ยงเนื้อแดงและเนื้อสัตว์แปรรูปซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีผลเสียต่อความเสี่ยงของโรคเบาหวานประเภท 2” สรุปง่าย ๆ ก็คือ คุณไม่จำเป็นต้องงดอาหารจากสัตว์ทั้งหมด เพียงแค่ให้จานอาหารของคุณเต็มไปด้วยผักผลไม้และธัญพืช แล้วคุณจะมีสุขภาพที่ดีขึ้นและมีชีวิตที่มีความสุขมากขึ้น! ดังนั้น หยิบแอปเปิ้ลมาทาน ทำสลัดสีสันสดใส และเพลิดเพลินกับชีวิตที่เต็มไปด้วยพืช ผัก และผลไม้ ร่างกายของคุณจะขอบคุณแน่นอน! Source: https://goodtimes.ca/a-primarily-plant-based-diet-may-help-ward-off-type-2-diabetes/











